Shares
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

นับแต่ปี พ.ศ.2470 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีเรื่องราวสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยเกิดขึ้นมากมาย

หลายเรื่องราวถูกจารึกสู่ความทรงจำในลักษณะของสถานที่เกิดเหตุ หรืออนุสรณ์สถานซึ่งถูกสร้างขึ้นภายหลัง

เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้น  ในจำนวนสถานที่มากมายที่มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญ

ทางการเมืองไทยในช่วงปี พ.ศ.2470 – ปัจจุบัน ซึ่งจากผลโพลล์สำรวจความคิดเห็นในกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วไป

ในหลากหลายช่วงอายุ จำนวน 1,000 คน เราพบว่า 10 สถานที่ ซึ่งมีคนรู้จักมากที่สุด ประกอบด้วย

14

สำหรับ 10 สถานที่ดังกล่าวนั้นใครๆ ก็น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ 10 สถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ในช่วงปี พ.ศ.2470 – ปัจจุบัน ที่มีคนรู้จักน้อยที่สุดนี่สิ คือสิ่งที่วันนี้เราจะนำมาเล่าสู่กันฟัง

ซึ่งสถานที่เหล่านั้นมีความน่าสนใจอย่างไร ตามไปดูกันเลย

 

29336f960 151724929_88ad49e83a_o 13677377891367738156l A2880715

 

1. อนุสาวรีย์จิตร ภูมิศักดิ์ ชายป่าบ้านหนองกุง อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร

 

จิตร ภูมิศักดิ์นักคิด นักเขียนคนสำคัญแห่งยุค ผลงานของเขามีทั้งบทประพันธ์ เพลง บทความ กวี

และหนังสือวิชาการอันมีคุณค่า ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อสังคมไทยในหลากหลายมิติ

หนึ่งในนั้นคือเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ที่ยังคงได้ยินมาถึงยุคนี้ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย”

นั้นสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้แสวงหาสัจจะและความจริงมาทุกยุคทุกสมัย

 

จิตร ภูมิศักดิ์ ได้ถูกสังหารที่ชายป่าบ้านหนองกุง อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2509

กาลเวลาผ่านไปหลายสิบปี จนกระทั่งในปี พ.ศ.2556 ผู้ศรัทธาในผลงานได้ร่วมกันสร้างอนุสรณ์สถานจิตร ภูมิศักดิ์

ไว้ในพื้นที่ที่เขาได้เสียชีวิตลง เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงคุณูปการของปัญญาชนผู้มีนามว่า “จิตร ภูมิศักดิ์”

ผู้จุดประกายให้ผู้คนแสวงหาความรู้และความจริง ดังเช่นที่คนผู้นี้ได้เคยเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาไว้แล้วในผลงานของเขา

 

1145433

1348200981 palanchailake05

 

2. พานรัฐธรรมนูญจำลอง.ร้อยเอ็ด

 

ก่อสร้างในสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ พ.ศ.2475 เพื่อเป็นอนุสรณ์และสร้างจิตสำนึก

ถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย สถานที่แห่งการเตือนความทรงจำ

และตอกย้ำถึงความสำคัญของการปกครองที่เป็นหลักของประเทศไทย

 

พานรัฐธรรมนูญจำลอง ตั้งอยู่บนเกาะหลักเมืองบึงพลาญชัย ห่างจากหลักเมืองไปทางทิศใต้

ประมาณ 20 เมตร มีการจารึกข้อความที่แท่นฐานรองรับรัฐธรรมนูญจำลอง ซึ่งมี 6 ด้าน

แต่ละด้านเขียนข้อความดังนี้ ด้านทิศตะวันออก ใช้คำว่า เอกราช ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ใช้คำว่า ปลอดภัย ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใช้คำว่า เศรษฐกิจ ด้านทิศตะวันตก ใช้คำว่า เสมอภาค

ด้านทิศใต้ ใช้คำว่า เสรีภาพ ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ใช้คำว่า การศึกษา

 

8abai5jcfbakhckddgj5c klong2 sayree20 เสรีไทย+เข็นเครื่องบิน

 

3. สถานที่ประหารชีวิต “ครูครอง จันดาวงศ์” สนามบิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

 

ครอง จันดาวงศ์นักการเมืองและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผู้ถูกประหารชีวิตตามมาตรา 17

ของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อนถูกประหารครูครองได้เปล่งคำขวัญอันทรงพลัง

“เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” จบประโยคเสียงปืนกลยิงรัว 90 นัด ครูครอง จันดาวงศ์

เสียชีวิตด้วยวัย 54 ปี ท่ามกลางผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่ห่างๆ ด้วยความหวาดผวา

 

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองมาก ในปี พ.ศ.2481 กลุ่มครูในสกลนคร

ได้รวมตัวกันเคลื่อนไหวทางการเมืองและลงรับสมัครเลือกตั้ง แต่พวกเขาได้รับการคุกคาม

จากรัฐบาลเผด็จการทหารที่ครองอำนาจในขณะนั้นอยู่ตลอด ถูกจับกุมตัวหลายครั้งหลายหน

 

ต่อมาปลายปี พ.ศ.2503 รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการปราบปรามอย่างหนัก ในที่สุดครูครองถูกจับกุมอีกครั้ง

ในข้อหากบฏต่อความมั่นคง และมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ จนสุดท้ายถูกนำตัวไปประหารชีวิตที่ อ.สว่างแดนดิน

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2504 ณ ลานประหาร สนามบิน อ.สว่างแดนดิน

 

ปัจจุบันอนุชนคนรุ่นหลังยังจำคุณงามความดีของครูครอง จันดาวงศ์ ทุกปีจะมีงานรำลึกบริเวณลานประหาร

และคนละแวกนี้ได้ตั้งชื่อถนนว่า ถนนจันดาวงศ์

 

projectsalpang the-gallery-layer-47

 

4. ศาลอาญา รัชดาภิเษก

 

หลังปี พ.ศ.2553 หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลายเป็นพื้นที่ทางการเมืองที่กลุ่มคนเสื้อแดง

ใช้เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมือง ผู้ที่ถูกจับกุมสืบเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง

ในเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2553 โดยดำเนินกิจกรรมในนามกลุ่ม “ปฏิญญาหน้าศาล”

ทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการจัดเสวนาปฏิญญาหน้าศาล เชิญนักเคลื่อนไหว และกลุ่มการเมืองต่างๆ

มาร่วมพูดคุยทุกสัปดาห์

 

พื้นที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก จึงกลายเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ทางการเมืองอีกแห่งหนึ่ง

ต่อมาในปี พ.ศ.2555 กลุ่มประชาชนและนักกิจกรรมราว 10 คน ได้ผลัดกันดำเนินกิจกรรมอดอาหารประท้วง

ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 23 วัน เพื่อรณรงค์เรื่องสิทธิการประกันตัวของนักโทษการเมือง

 

dsc_0190 มัสยิดกรือเซะ1 MDAwMDAwMDAx_Mjk3MjMwODIwMDkzNDIwMjU1MzAwNDEz  มัสยิดกรือเซะ-ปัตตานี

 

5. มัสยิดกรือเซะ.ปัตตานี

 

มัสยิดกรือเซะ อายุเก่าแก่กว่า 200 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 22 ร่วมสมัยอยุธยา

เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีเสาทรงกลมเลียนแบบเสาโกธิคของยุโรป ช่องประตูและหน้าต่าง

มีทั้งแบบโค้งแหลมและโค้งมน โดมและหลังคายังก่อสร้างไม่เสร็จ

 

เหตุการณ์ประท้วงที่มัสยิดกรือเซะในปี พ.ศ. 2533 เป็นการเคลื่อนไหวที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2530

เรื่อยมาในลักษณะของกิจกรรมทางศาสนา มัสยิดกรือเซะกลายเป็นเวทีต่อรองทางอัตลักษณ์ชาติพันธุ์

มัสยิดกรือเซะได้รับการกล่าวขวัญถึงไปทั่วประเทศอีกครั้ง ในเหตุการณ์ความรุนแรงวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2547

ในวันอันร้อนระอุนั้น ได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ เมื่อเจ้าหน้าที่และกลุ่มคนที่คาดว่าเป็นกองกำลัง

ก่อความไม่สงบได้ปะทะกันที่มัสยิดกรือเซะ ณ มัสยิดโบราณอายุหลายร้อยปี สถานที่สำคัญของจังหวัดปัตตานีแห่งนี้

มีผู้เสียชีวิตนับร้อย กลายเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์บาดแผลที่คนในพื้นที่ รวมถึงคนทั้งประเทศไม่มีวันลืมเลือนได้

 

002-Untitled-2 003-Untitled-16 a1-28 Image (10)

 

6. บ้านพระอาทิตย์

 

วังพระอาทิตย์ หรือบ้านพระอาทิตย์ เป็นวังเก่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นอาคารอนุรักษ์

ปัจจุบันเป็นสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ บ้านพระอาทิตย์ตั้งอยู่ที่ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร

 

วังเก่าที่กลายมาเป็นสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการแห่งนี้คงไม่ได้รับความสนใจมากนัก

หากสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ไม่ออกมาเป็นผู้นำเคลื่อนไหวทางการเมือง

ต่อต้านรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อย่างดุดันแหลมคม จนกระทั่งพัฒนามาเป็น “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

นับแต่ปี พ.ศ.2548 – 2552 สนธิ ลิ้มทองกุล นำมวลชนเสื้อเหลืองชุมนุมอย่างต่อเนื่อง

เพื่อขับไล่รัฐบาลจากขั้วการเมืองของทักษิณ ชินวัตร

 

นับจากปี พ.ศ.2548 เป็นต้นมา หากพูดถึงบ้านพระอาทิตย์ และสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

ผู้คนต่างนึกถึงบทบาทของสนธิ ลิ้มทองกุล และมวลชนเสื้อเหลืองของเขา

 

030258 183072 (1) F02 Image (9)

 

7. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถนนงามวงศ์วาน

 

หลังรัฐประหารปี พ.ศ. 2557 มีเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมสนใจมากคือ “กรณี 14 นักศึกษา”

ที่ถูกจับกุมในข้อหาชุมนุมฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ถูกนำมาฝากขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ช่วงเวลาที่นักศึกษาทั้ง 14 คนถูกขังไว้ที่นี่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แห่งนี้คราคร่ำไปด้วยประชาชน

ที่มาเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ บรรยากาศที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีกลุ่มเครือข่ายต่างๆ

อาทิ กลุ่มเครือข่ายคณาจารย์ ที่ห่วงใยนักศึกษา กลุ่มประชาคมเกษตรศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย

กลุ่มคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลุ่มนักเขียนศิลปิน ได้มาร่วมลงชื่อเข้าเยี่ยมกลุ่มนักศึกษา

พร้อมกับนำของเยี่ยมมามอบให้นักศึกษา เกือบทุกวันกลุ่มต่างๆ ต่างผลัดเปลี่ยนกันอ่านแถลงการณ์

เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษา ในตอนเย็นของทุกวันที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ประชาชนได้มาร่วมกันทำกิจกรรมจุดเทียนให้กำลังใจนักศึกษา พร้อมทั้งเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษาทันที

 

ในวันที่ศาลทหารอนุมัติให้ปล่อยตัวนักศึกษาเมื่อครบกำหนดฝากขังผลัดแรก

ประชาชนจำนวนมากได้มารอรับนักศึกษาออกจากเรือนจำอย่างคับคั่ง

 

pan_1 OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

8. อนุสาวรีย์จอมพล.พิบูลสงคราม จ.ลพบุรี

 

อนุสาวรีย์ จอมพล ป.พิบูลสงคราม วงเวียนศรีสุริโยทัย อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี เป็นรูปหล่อสำริด

อยู่ในลักษณะท่ายืน แต่งชุดนายพลแบบสมัยก่อน มือขวาถือไม้คฑาหัวครุฑ มือซ้ายจับกระบี่

 

จอมพล ป. พิบูลสงคราม เดิมชื่อ แปลก ขิตตะสังคะ นายกรัฐมนตรีไทยที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุด

คือ 14 ปี 11 เดือน 18 วัน รวม 8 สมัย สำหรับจังหวัดลพบุรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้วางรากฐานความเจริญ

ทั้งทางด้านการคมนาคม การผังเมือง การศึกษา การพัฒนาการประชาสงเคราะห์ และการทหาร

ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2480 – พ.ศ.2500 ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ได้มีส่วนสร้างความเจริญให้จังหวัดลพบุรี อาทิ สร้างประตูเมืองที่หน้าศาลพระกาฬ เรียกว่าประตูเมืองลพบุรี

การวางผังเมือง การจัดระบบการประปา จัดสร้างถนนและเส้นทางรถไฟ

 

ชาวลพบุรีจึงพร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อระลึกถึงคุณูปการ

ในการสร้างความเจริญให้จังหวัดลพบุรี

 

19610567224_3189eeef49_z 20233234295_fa16c28a1c_z 20239021111_1d646cea74_z 558000009545301

 

9. บ้าน-สุเหร่า “หะยีสุหลง โต๊ะมีนา” ผู้หายสาบสูญ จ.ปัตตานี

 

หะยีสุหลง โต๊ะมีนา บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของปัตตานี มีชีวิตระหว่างปี พ.ศ.2438 – 2497

เป็นผู้นำศาสนา นักการศาสนา และนักต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เขาได้เขียน 7 ข้อเสนอจากการจัดประชุมผู้นำศาสนา

ในพื้นที่เสนอต่อรัฐบาล ในปี พ.ศ. 2490 เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งอันเนื่องมาจากรัฐบาลใช้นโยบายรัฐไทยนิยม

บังคับให้คนไทยแต่งกายเหมือนตะวันตก รวมถึงปัญหาความขัดแย้งที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการต่างๆ

ต่อคนในพื้นที่จนเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง แต่ข้อเสนอทั้งหมดถูกมองว่าจะเป็นการแบ่งแยกดินแดน

ทำให้หะยีสุหลงถูกเพ่งเล็งจากทางการ จนกระทั่งนำไปสู่การถูกจับกุมข้อหากบฏ ถูกพิพากษาจำคุกหลายปี

สุดท้ายเมื่อถูกปล่อยตัวขณะกำลังเดินทางกลับบ้าน เขาก็หายสาบสูญไปพร้อมผู้ติดตาม

ในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2497 โดยเชื่อว่าถูกอุ้มหายไปโดยเจ้าหน้าที่รัฐในขณะนั้น

 

ในซอยเล็กๆ ริมถนนรามโกมุทในตัวเมืองปัตตานี มีเรือนไม้เก่าแก่อันเป็นบ้านพัก “ตระกูลโต๊ะมีนา”

และเป็นที่พำนักของ “หะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ โต๊ะมีนา” บ้านพักและสุเหร่าหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2470

บ้านพักและสุเหร่าที่หะยีสุหลงเคยใช้สอนหนังสือมีสภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา

ในปี พ.ศ.2558 จึงได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุน

จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) บูรณะบ้านและสุเหร่า “หะยีสุหลง”

พลิกฟื้นบ้านเรือนไม้หลังเก่าแห่งนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ปาตานียุคใหม่

และเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชาวปัตตานี โดยให้ครอบครัวโต๊ะมีนาดูแลเช่นเดิม

โดยหวังว่าจะเป็นการสร้างความเข้าใจใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพต่อไป

 

6_1_-1 37_201207301018001. 1227597562 ภูหินร่องกล้า1

 

10.  ภูหินร่องกล้า.พิษณุโลก

 

พื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ความขัดแย้งของแนวคิดทางการเมือง ในอดีตพื้นที่ภูหินร่องกล้า

เป็นยุทธภูมิการสู้รบสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เมื่อการสู้รบจบสิ้นลง

ด้วยมีลักษณะธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา ภูหินร่องกล้าจึงได้รับการประกาศเป็น อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2527

 

นอกจากมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงาม ทั้งจุดชมวิว ลานหิน หน้าผา และน้ำตก

ที่นี่จึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจทางด้านประวัติศาสตร์ อาทิ พิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร

กังหันน้ำ สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาลรัฐ ลานอเนกประสงค์ สุสาน ทปท. ที่หลบภัยทางอากาศ หมู่บ้านมวลชน ฯลฯ

อันเป็นร่องรอยของมวลชนแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ที่เคยใช้พื้นที่นี้เป็นฐานในการต่อสู้กับอำนาจรัฐ

เมื่อครั้งอดีตในยุคที่แนวคิดสังคมนิยมกำลังเผยแพร่ไปทั่วโลก

 

 

สำรวจข้อมูล /เรียบเรียงโดย
Thailand Top Vote

Facebook Comments

Shares
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •