Shares
  • 1K
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1K
    Shares

สวัสดีคร๊าบบบบบ พบกับเราเพจ เเบกเป๋า-เที่ยว ทริปนี้เราตั้งโจทย์ไปเที่ยวเกาะปีนังประเทศมาเลเซียกันในรูปแบบ backpack โดยนั่งรถไฟไทยเข้าประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการเที่ยวปีนังครั้งเเรกของเราโดย ศึกษาการเดินทางจากการดูรีวิวเเละยูทูปเพื่อเป็นข้อมูลการเดินทาง เเต่ครั้งนี้เราจะนำเสนอรีวิวในรูปเเบบของเรา ปีนังเที่ยวง่ายๆ เเต่ไปไม่ยาก จะเที่ยวครบตามโปรแกรมไหม จะมีอุปสรรคอะไรในต่างเเดน กับงบเพียง 4600 บาทมีทอน ว่าเเล้วก็เดินทางตามเรามาได้เลยครับ

Day 1 กรุงเทพ – หาดใหญ่

Day 2 เกาะปีนัง – PenangHill- ถนนคนเดิน LoveLand

Day 3 วัด Kekleksi -Street Art – สตรีทฟู๊ด Gurney Drive

Day 4 หมู่บ้านชาวประมง Chew Jetty – หาดใหญ่ตลาดกิมหยง – กรุงเทพ

ทริปนี้เราเน้นเที่ยวเเนว backpack กับงบที่จำกัดตลอดทริปน๊าาาาาา

เรารวมพลกันที่สนามบินดอนเมืองกันในเวลา 18.00 น.เครื่องออก 19.55 น.เอาเข้าจริงเครื่องออกจากสนามบินดอนเมือง 20.55น. ถึงหาดใหญ่ 22.05 น. เล่นถึงซะดึกเลยเหมือนเป็นการต้อนรับทริปเราซะงั้น

 

▶เราลงเครื่อง ก็จะมีรถตู้ของโฮลเทลมารอรับไปยังที่พัก เราพักกันที่ Hat yai dee hostel พิกัดใกล้สถานีรถไฟเพียง200 เมตร เท่านั้นใกล้เเหล่งของกินด้วยนะ ที่พักเป็นโฮสเทลสำหรับนักเเบ๊คเเพ๊ค มีทั้งห้องเดี่ยวเเละเตียง2ชั้น ห้องน้ำรวมเเต่อยากบอกว่าสะอาดมากกกก อ่อ เป็นห้องแอร์ด้วยนะ ทีวี เคเบิ้ลพร้อม ตอนเช้าๆฟรี ชา กาเเฟ ด้วยนะ สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 091-0492737,074818737 หรือที่เฟสบุค▶️▶️ https://www.facebook.com/HATYAIDEEHOSTEL/ ◀️◀️

 

DAY 2 เราออกจากโรงเเรมเเต่เช้าเพื่อเดินทางไปสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ระยะทางเพียง200 เมตร เลยเดินกันชิลๆ  แต่อันดับเเรกเลยก่อนที่เราจะข้ามไปเที่ยวประเทศมาเลเซียสิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเลยคือ  เราต้องมีพาสปอร์ตก่อนครับ ต่อมาต้องมีซิมต่างประเทศครับ ส่วนตัวเราใช้ SIM 2 FLY ของ AIS เเพ๊คเก็ต 399 บาท ใช้เน็ตเเบบไม่จำกัดได้ 8วัน ครับ เราว่าคุ้มดีนะ ซิมการ์ดสามารหาซื้อได้ที่ตัวเมืองหาดใหญ่ได้เลยครับ

 

เราเริ่มต้นกันที่ สถานีรถไฟ ชุมทางหาดใหญ่ อันดับเเรกคือซื้อตั๋วรถไฟก่อนครับ ราคา 50บาท /คน /เที่ยว ครับ

 

ตอนเเรกจะตัองเป็นรถไฟแดวูปรัอากาศรถนั่งชั้น2 เเต่เนื่องจากรถปรับอากาศพ่วงเเค่3ตู้จึงไม่เพียงพอต่อความหนาเเน่นของผู้โดยสาร จึงเปลี่ยนมาใช้รถชั้น3 เน้นรับลม อิอิ  รถไฟระหว่างประเทศ หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ มีวิ่งวันละ 2 รอบ ไป-กลับรวม 4 เที่ยว/วัน
คือขาไปรอบเวลา 07.30 น. เเละ 13.05น.ครับ ค่าโดยสารคนละ 50 บาท

 

บรรยากาศในรถไฟชั้น3 เห็นเเบบนี้บอกเลยผู้โดยสารเต็มตลอดนะครับ  1ชั่วโมงในการเดินทางไม่นานหรอก เพราะวิวระหว่างทางมันสวยมองวิว2ข้างทางรถไฟเพลินๆ เเป๊ปเดียวก็ถึงเเล้ว

 

08.25น.เมื่อถึง สถานีปาดังเบซาร์ (ฝั่งมาเลเซีย) เเล้ว รถไฟของไทยจะวิ่งมาสุดปลายทางที่สถานีนี้ครับ (เมื่อสมัยก่อนมีวิ่งไปถึงบัตเตอร์เวิธเลยนะ) เราถึงสถานีปาดังเบซาร์ตามเวลา เเต่มาถึงที่นี่อย่าลืมปรับเวลาเป็นของประเทศมาเลเซียนะ เค้าจะเร็วกว่าประเทศไทย +1ชั่วโมง (เวลามาเลคือ 09.25)

 

หลังจากลงรถไฟขั้นตอนเเรกที่จะทำคือ วิ่งไปชั้น2ของสถานีเพื่อซื้อตั๋วรถไฟไปลง บัตเตอร์เวิธ ค่ารถคนละ 11.40 RMY (ริงกิต) ประมาณ 89 บาทไทย

 

หลังจากซื้อตั๋วเเล้วลงมาชั้น1 เพื่อทำเรื่องปั้ม Pass sport ออกจากประเทศไทย เเล้วต่อเเถบปั้ม Pass sport เข้าประเทศมาเลเซีย ทั้ง2ขั้นตอนนี้ใช้เวลาราวๆ 30นาที เสร็จเเล้วก็มายืนชิลๆรอรถไฟที่ชานชลาที่2 ได้เลย

 

เราจะใช้เวลารอรถไฟของมาเลเซียไม่นานครับ อ่อลืมบอกว่า ถ้ารถไฟออกจากสถานีปาดังเบซาร์ไปแล้วสัญญาณมือถือของไทยจะใช้ไม่ได้เเล้วนะครับ อย่าลืมเปลี่ยนซิมเเล้วกดโรมมิ่งกันละ

 

10.25 น (เวลา มาเลเซีย) รถไฟออกจากสถานีปาดังเบซาร์ ถึงปลายทางสถานีบัตเตอร์เวิธ ในเวลา 12.15 น. ใช้เวลาวิ่งประมาณ 1ชั่งโมง50นาที ไวมั้ยละ

 

รถคันที่เราโดยสารมาจะเป็นรถชานเมือง KOMUTER คล้ายๆ BTS บ้านเรา 1ขบวนมี6 ตู้ เเบ่งเป็นตู้เลดี้คาร์2ตู้ด้วยนะ ช่วงเช้ารถมีวิ่งทุก1ชั่วโมง/ขบวน ช่วง10.25 น.-14.25 น. จะวิ่งทุก2ชั่วโมง/ขบวน หลัง 15.25น. -21.25น. ก็จะวิ่งทุก1ชั่วโมง/ขบวนเหมือนเดิม

 

ถึงสถานีบัตเตอร์้เวิธ เเนะนำให้เข้าห้องน้ำก่อนเลยนะ เพราะจากสถานีรถไฟไป ถึงฝั่งปีนังจะไม่มีห้องน้ำ  เมื่อเราออกจากสถานีรถไฟ เราต้องเดินลงมาชั้นล่างของสถานีรถไฟ เเล้วให้มองป้ายสีส้มๆเลย จะเห็นเป็นสัญลักษณ์เรือเฟอรี่

 

เดินตามทางมาประมาณ 300 เมตร เราก็จะเจอรถเมล์รับส่งระหว่าง สถานีรถไฟบัตเตอร์เวิธ กับท่าเรือ เฟอรี่ครับ เเต่ที่ท่ารถคนจะเยอะมากนะครับ เเนะนำให้ใช้สกิลส่วนตัวในการขึ้นรถเมล์เอานะ

 

รถเมล์เป็นรถเมล์ฟรีรับส่งจากสถานีรถไฟบัตเตอร์เวิธไปยังท่าเรือเพื่อข้ามไปเกาะปีนังครับ เราใช้เวลาอยู่บนรถเมล์ประมาณ 5 นาทีก็จะถึงท่าเรือข้ามฟากไปเกาะปีนังครับ

 

ท่าเรือข้ามฟาก ถ้ามาวันเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงเทศกาลคนจะเยอะๆหน่อยนะ ^^

 

▶️วันที่เราไปคือเพิ่งหมดเทศกาล “ฮารีรายอ” พอดีคนเลยเยอะมากๆคล้ายเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์บ้านเรา ก็รอต่อเเถวเพื่อขึ้นเรือข้ามฟากกันนานเลย เราได้ขึ้นเรือในเวลาราวๆ 14.00 น. ค่าเรือคนละ 1.20 RMY ตั๋วนี้ซื้อเฉพาะขาไปนะ ขากลับไม่ต้องซื้อเเล้ว เรือที่ใช้ข้ามเป็นเรือขนาดใหญ่บรรทุกรถยนต์ได้ด้วยนะ เรือใช้เวลาข้ามเกาะราวๆ20นาที บนเรือมีขนมขายด้วยละ ^^

 

เรือใช้เวลาข้ามเกาะราวๆ20นาที บนเรือมีขนมขายด้วยละ ^^

 

➡️เมื่อเรือข้ามฟากถึงเกาะปีนังเเล้ว จุดนี้จะมีรถเมล์หลายสาย เราสามารถหาสายรถเมล์ได้จากกูเกิ้ลได้ครับ
▶️ข้อสังเกตุ ถ้ารถเมล์ที่มีคำว่า C.A.T. คือรถเมล์ฟรีนะครับ
▶️ราคารถเมล์ที่ปีนัง จะเริ่มต้นที่ 1.40 RMY /1เที่ยว 1 คน

 

▶ส่วนเราเมื่อลงจากเรือ เราก็งงๆกันเลย ต้องเพิ่งพา google map เพื่อนำทางไปยังที่พักที่เราจองไว้ล่วงหน้า (เเนะนำโหลดเเผนที่ google เเบบ off line ไว้ล่วงหน้า) ที่พักห่างจากท่าเรือราวๆ 700 เมตรเท่านั้น

 

▶️เราพักกันที่ “Red inn court” เป็น holtel ห้องแอร์เตียง2ชั้น ราคาไม่เเพงมาก เเต่ที่เเพงคือค่าเซอร์วิสชาร์จชาวต่างชาติ อย่างพวกเราไปก็เจอชาร์จนอกเหนือจากชาร์จค่าหัวชาวต่างชาติคนละ 10 RMY เพิ่มมาคือค่า ภาษีชาวต่างชาติ5% ค่าภาษีท้องถิ่น2% ที่นี่มีอาหารเช้าเป็นพวกชา กาเเฟ ขนมปังปิ้ง ผลไม้ ให้ฟรีด้วยนะ

 

▶️16.00 น. เราจะไป penang hill ซึ่งต้องเดินไปป้ายรถเมล์ใกล้ที่พัก เรามองป้ายไหนเขียน komtra เราก็ขึ้นหมด 55 เพื่อไปลงที่ Komtra ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมรถเมล์ของเมืองปีนัง รถเเทบทุกสายต้องมาเริ่มต้นที่นี่ ราคารถเมล์ที่ปีนัง จะเริ่มต้นที่ 1.40 RMY /1เที่ยว 1 คน

 

▶️ ถึง komtra เรารอรถเมล์สาย 204 ยืนรอเลนที่2 เพื่อไปลงสุดสายที่ penang hill รถใช้เวลาวิ่งราวๆ 40 นาที ค่ารถ 2.00 RMY (ลืมบอกรถเมล์ที่ปีนังจะไม่มีการทอนเงินนะ ต้องหาไปให้พอดี )

 

▶️16.40 น.เราถึง penang hill ก็ไปซื้อตั๋วคนละ 30 RMY เพื่อขึ้นรถรางไปยังด้านบนของ penang hill เเต่………… คนเยอะม๊ากกกกกกก ถึงมากที่สุด เรายืนรอนานม๊ากกกก บอกเเล้วอย่าตกใจนะ เรายืนกัน 3ชั่วโมง เพื่อต่อคิวขึ้นรถราง ด้านบนจะมี Sky walk ให้ถ่ายรูป อยากบอกว่าสวยมากๆกับบรรยากาศ 360° ยามค่ำคืนของเมืองปีนัง Penang hill ยังมีจุดให้เที่ยวอีกเยอะมากกกก

 

▶️จุดๆนี้ sky walk จะเป็นจุด High light ที่ใครๆมา penang hill ต้องมาถ่ายรูปที่นี่ ไม่เชื่อลองมาเเล้วใครมาถึงที่นี่เเล้วไม่ถ่ายรูปที่นี่เราไม่เชื่อเลย ^^

 

▶️Penang hill เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในปีนัง รู้จักกันดีในนามของ Bukit Bendera ยอดเขาแห่งนี้มีความสูงประมาณ 833 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดชมวิวเมืองปีนังและท้องทะเลโดยรอบที่สวยที่สุด โดยนักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปยังด้านบน มีระยะทางประมาณ 1,996 เมตร จะมีสถานีย่อยระหว่างทางเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมในจุดต่าง ๆ

 

หลังจากเที่ยว Penang hill เสร็จเราก็ต่อเเถวเพื่อที่จะลงรถรางกลับที่พัก ขากลับไม่ธรรมดาอีกต่อเเถวลงอีก 1ชั่วโมง รถเมล์รอบสุดท้ายจาก penang hill คือ 22.00 น.ถ้าไม่ทันต้องเรียก Geab อย่าเดียวน๊าาาา 😁

 

ตกดึกเราไปเดินย่านถนนคนเดิน Love Land กันซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก

 

Day 3 ตอนเช้าเราออกกันเเต่เช้าเพื่อไปเเวะกินอาหารเช้าเเละเที่ยวชมวัด kek lok si (หรือวัดเขาเต่า) ซึ่งเป็นวัดจีนที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาอีร์อิตัม

 

▶️เราใช้วิธีเดินทางเเบบเดิมคือหารถเมล์ไปลงที่ Komtra เเล้วรอรถเมล์สาย 201,202 เเต่เราเลือกสาย 203 เพราะจะไปสุดสายที่วัด kek lok si เลย ยืนรอเลนที่2 ค่ารถคนละ 2.00 RMY รถใช้เวลาวิ่งราวๆ 30 นาที เราสามารถลงหน้าวัด Kek lok si ได้เลย หน้าวัดจะเป็าคล้ายๆตลาดเช้าบ้านเรา เน้นอาหารจีนเป็นส่วนใหญ่ เราเเวะกินข้าวกันที่นี่

 

▶️หลังจากกินข้าวเช้ากันอิ่มเราก็ใช้วิธีเดินเท้าขึ้นมายังวัด kek lok si ระหว่างทางเดินขึ้นมีจุดถ่ายรูปเยอะม๊ากกก จุด high light ของที่นี่คือรูปปั้นเจ้าเเม่กวนอิมองค์ใหญ่ อยู่บนจุดสูงสุดของวัด การที่จะขึ้นไปนมัสการรูปปั้นเจ้าเเม่กวนอิมจะต้องเสียค่าขึ้น ลิพท์คนละ 6.00 RMY ด้วยนะ

 

▶️วัด kek lok si เป็นวัดจีนที่มีสถาปัตยกรรมชาวจีนเเบบ 100% ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศรอบๆวัดหรือสิ่งปลูกสร้างทำให้คิดว่าอยู่เมืองจีนจริงๆ มีสิ่งที่น่าสนใจ อาทิ หอสวดมนต์ เจดีย์ หอระฆัง และสระเต่า เที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี วัดแห่งนี้สามารถเข้าได้ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม

 

▶️วัด kek lok si มีสถานที่ให้ถ่ายรูปเยอะมาก อยู่ครึ่งวันก็ไม่เบื่อ เชื่อไหม เพราะที่นี่มีทั้งจุดขายของฝาก เเละของที่ระลึกเยอะมาก เราใช้วิธีเที่ยวกันตามอัธยาศัยเเล้วนัดเวลาเจอกัน

 

▶️ตอนกลับจากวัด kek lok si เราก็มายืนตรงจุดที่เราลงรถเมล์ตอนเเรก รอขึ้นรถเมล์สาย 202, 203 เพื่อกลับไปยัง Komtra ค่ารถขากลับ คนละ 2.00 RMY

 

▶️Komtra เป็นศูนย์รวมการคมนาคมและช็อบปิ้ง
รถเมลทุกสายจะผ่านมาที่ตึกนี้ สามารถต่อรถเมลไปยังที่ต่างๆได้จากที่นี่ ตึกคอมต้าเป็นตึกทรงกระบอกที่ดูสูงโดดเด่นกว่าตึกอื่นๆ และบริเวณรอบก็เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ด้านบนมี Sky walk สำหรับชมวิวด้วยนะ

▶️จาก komtra เรานั่งรถเมล์ฟรี (สังเกตุคำว่า CAT เเสดงว่าเป็นรถเมล์ฟรี ) นั่งมาลงใกล้ที่พักเเล้วก็เเยกย้ายกันเดินเล่น Street art ในเมือง “George Town” ลักษณะของอาคารก็จะเหมือนกับเมืองชิโน – โปรตุกีสที่ภูเก็ตบ้านเรา

 

จากนั้นก็เดินเเยกย้ายเก็บภาพบรรยากาศของ George Town ในแบบฉบับออเดิร์ฟกันเล็ก ๆ น้อย ๆ เเต่เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันน

ภาพเขียนผนังก็จะมีอยู่ตามจุดต่าง ๆ หากใครมีแผนที่เพื่อมาตามล่าถ่ายภาพเหล่านี้ให้ครบก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนุกสุดๆเลยละ

 

▶️ตกเย็นเรามาเดินเล่น Gurney Drive หรือ Street food โดยเริ่มต้นจากตึก KOMTAR นั่งรถเมล์สาย 103 ค่ารถ 1.40 RM ไปลงที่ห้าง Gurney plaza เเล้วเดินตรงไแทะลุหลังห้างก็จะเจอ Gurney Drive ซึ่งเป็นแถบชายทะเลของเกาะปีนัง

 

สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจะเป็นอาหารพื้นเมืองของที่นี่ครับ และย่านนี้เป็นอีกย่านที่นักท่องเที่ยวจะชอบมาพักกัน เพราะทั้งบรรยกาศดีในแบบชานเมืองไม่แออัดนัก แต่มีทั้งห้างสรรพสินค้า (Gurney Plaza) ร้านอาหารหลายสิบร้านที่สามารถหาอะไรกินได้ตลอดทั้งคืน มาแถวนี้เที่ยวคุ้มแน่นอน ของกินที่ Gurney Drive จะเริ่มขายตั้งแต่ช่วงเย็นๆ บรรยากาศครึกครื้นมาก มีผู้คนเดินผ่านไปมา เสียงตะโกนขายของจากพ่อค้าแม่ค้า ได้บรรยากาศสำหรับการมาท่องเที่ยวดีครับ

 

▶️ขากลับเราออกมาหน้าห้าง ที่ห้าง Gurney plaza เเล้วเดินข้ามถนนเเล้วเดินตรงไปสุดซอยจะเจอสามเเยก ให้เลี้ยวซ้ายก็จะเจอป้ายรถเมล์ โดยเรานั่งสาย 102 มาลงที่ KOMTAR ค่ารถ 1.40 RMY เเล้วก็เดินเล่นๆมาเรื่อยๆกลับมายังที่พัก

 

Day 4 สถานที่แรกที่วันนี้เราจะไปสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งปีนังก็คือ “Chew Jetty” เป็นชุมชนชาวบ้านที่มีการสร้างบ้านอยู่ริมทะเล ลักษณะคล้าย ๆ ตามท่าเรือขนาดย่อม ๆ บ้านเราที่ใกล้แหล่งประมงโดยเป็นทางเดินไม้เดินเข้าซอยไปเดินชมได้จนสุดซอย เปิดให้เที่ยวตั้งเเต่ 09.00 – 21.00 น.

 

▶️Chew Jetty ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณจอร์จทาวน์ ใกล้กับ Penang Ferry Terminal บ้านเรือนต่าง ๆ จะเป็นอาคารไม้เก่าแก่ ผสมผสานกับศิลปะแบบจีน สามารถเดินเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน มีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก พร้อมทั้งยังมีบรรยากาศเงียบสงบ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้น่าหลงใหล
▶️การเดินทางไปหมู่บ้านชาวประมงนั้นก็ง่ายมากๆ สามารถขึ้นรถที่ตึก Komtar ในเมืองจอร์จทาวน์ได้เลย โดยให้ขึ้รถที่มีป้าย CAT Jetty ที่หน้ารถ ค่าโดยสารคนละ 2 MYR ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที…… เเต่เราใช้การเดินไปนะ อิอิ

 

▶️เราเช็คเอาท์จากโฮลเทลในเวลา 09.30 น. เเล้วเดินเท้ามายังท่าเรือเพื่อข้ามเกาะไปขึ้นรถไฟที่สถานีบัตเตอร์เวิธ ขากลับไม่ต้องซื้อตั๋วเเล้วนะ เรือออกทุก 20-30 นาที

 

▶️ขากลับเรานั่งรถเมล์ฟรีจากท่าเรือมายังสถานีรถไฟบัตเตอร์เวิธ ซื้อตั๋วคนละ 11.40 RMY

 

ซึ่งเราเลือกกลับรถไฟรอบ 12.25 น.จากสถานีบัตเตอร์เวิธ เพื่อที่จะถึงปาดังเบซาร์ในเวลา 14.15น. (เวลามาเลเซีย หรือ 13.15 น.เวลาไทย)

 

▶️เมื่อรถไฟมาถึงสถานีปาดังเบซาร์ 14.15น. (อย่าลืมปรับเวลา -1ชั่วโมงเป็นเวลาประเทศไทยนะ เวลาไทยคือ 13.15 น.) เราก็ทำเรื่อง ปั้ม Pass sport ออกจากประเทศมาเลเซีย เเล้วทำเรื่อง ปั้ม pass sport เข้าประเทศไทย เอ่อ !! ลืมบอกว่าขากลับนี้เราจะต้องยืนรอให้คนที่โดยสารรถไฟมาจากหาดใหญ่ ทำเรื่องออกนอกประเทศให้เสร็จก่อนนะ เราถึงจะทำเรื่องเข้าประเทศไทยได้

 

▶️20.30 น.รถตู้ของทาง Hat yai dee holtel ก็พาเรามาส่งที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่เพื่อกลับกทม (ดอนเมือง)

 

▶️เรากลับโดยสายการบินนกเเอร์เที่ยวบิน 21.55 น. ถึงสนามบินดอนเมืองในเวลา 23.05 น. โดยสวัสดิภาพ 63

 

สรุปค่าใช้จ่าย

-1900  ค่าเครื่องบินไป – กลับ ดอนเมือง-หาดใหญ่

–  400  ค่าโรงแรมหาดใหญ่ดีโฮลเทล 1 คืน

–  300  ค่ารถตู้รับส่ง สนามบินหาดใหญ่ – โรงแรมหาดใหญ่ดีโฮลเทล

–  140  ค่ารถไฟ ไป – กลับ หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์

–  190  ค่ารถไฟ ไป – กลับ ปาดังเบซาร์ – บัตเตอร์เวิธ

–    10  ค่าเรือเฟอรี่ ข้ามฟาก ไป – กลับ บัตเตอร์เวิธ – เกาะปีนัง

–  1100 ค่าโรงแรมเรดอินคอร์ด ปีนัง 2 คืน

–   250 ค่าเข้าปีนังฮิล

–   240 ค่าประกันการเดินทางตลอดทริป

รวม 4530 บาท

 

หวังว่ามินิรีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ในการเดินทางท่องเที่ยวให้กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยนะครับ ทริปนี้จบทริปอย่างสมบุรณ์เเละปลอดภัยเพราะเกิดจากความร่วมมือ เกิดจากเที่ยวกันอย่างมีวินัย ของสมาชิกทั้ง22 คน เป็นอีก1ทริปที่สนุกเเละตื่นเต้นกับบางสถานการณ์ที่นอกเหนือการคำนวนไว้ เเต่เราก็เที่ยวกันได้กลับที่พักกันถูก ต่างคนต่างที่มา บางคนไปครั้งเเรก บางคนไปคนเดียว บางคนไปเป็นคู่ เเต่สุดท้ายเราเที่ยวด้วยกันเราเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องร่วมเที่ยวกัน ขอบคุณครับ …..ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบ หรือจะดูเเต่ภาพเราก็ดีใจเเล้ว รีวิวนี้อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับเป็นเเนวทางให้ผู้ที่รักการท่องเที่ยวไม่มากก็น้อย

……เเล้วพบกันใหม่กับพวกเรา “เพจเเบกเป๋า-เที่ยว” กับสโลเเกน “เที่ยวครบ ใช้งบน้อย” กดติดตามพวกเราได้ที่ เพจเฟสบุค https://www.facebook.com/Taeremixinfinitys/ ….ขอบคุณครับ เจอกันใหม่ในทริปหน้าครับ⬅️


Shares
  • 1K
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1K
    Shares