Shares
  • 82
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    82
    Shares

ทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆไป ขับมอไซค์เที่ยวเชียงใหม่ เเนวแบ็คแพ็ค ภายใต้สโลเเกน เที่ยวครบใช้งบน้อย กับเงินในมือคนละ2000 บาทที่ต้องใช้ตลอดทริป ทริปคร่าวๆเราประมาณนี้

😀วันที่ 1

-เเว้นมอไซค์เที่ยวดอยสุเทพ-ดอยปุย-กางเต็นท์นอนบนดอยอินทนนท์

😀วันที่2

-เดินศึกษาธรรมชาติกิ่วเเม่ปาน-ขึ้นจุดสูงสุดดอยอินทนนท์-เที่ยวน้ำตกวชิรธาร-เดินไนท์บาร์ซ่า

😀วันที่3

-ม่อนเเจ่ม-วัดอุโมงค์

เริ่มเดินทางมากับเราได้เลยครับ

เที่ยวเชียงใหม่ 2

ต้องบอกก่อนว่าทริปนี้เป็นทริปที่เเทบจะไม่มีเวลาตั้งตัวสักเท่าไหร่ คือนึกอยากจะมาก็รวมกลุ่มกับเพื่อนๆมาเลย จองตั๋วรถไฟล่วงหน้าก็ยากเพราะหน้าหนาวใครๆก็ชอบนั่งรถไฟไปเหนือ/จองเต็นท์ที่พักดอยอินทนนท์ก็จองออนไลน์ไม่ผ่านได้แต่ภาวนาว่าวันเดินทางถึงดอยอินทนนท์เต็นท์จะยังไม่เต็ม มีอะไรให้ลุ้นตลอดเวลาสำหรับทริปนี้ ทริปนี้เราเริ่มต้นกันที่นี่สถานีรถไฟหัวลำโพง หัวลำโพงอาจจะเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับใครหลายๆคน เเต่ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของเรา

เราเดินทางกับขบวนรถด่วนพิเศษที่13 ต้นทางกรุงเทพ ปลายทางเชียงใหม่ รถไฟออกจากหัวลำโพงในเวลา 19.30 น.ซึ่งด้วยความตื่นเต้นก็มากันก่อนเวลารถออกเพียงนิดเดียว

ตื่นมาก็เจอวิวสวยๆแบบนี้กับสองข้างทางรถไฟสายเหนือ อิอิ เราแอบมานั่งตู้เสบียงเพื่อดูวิวพร้อมสั่งอาหารมานั่งกินเเก้เขินกันนิดหน่อย

นี่ถ้ามีกาแฟร้อนๆ กับขนมปัง ตอนเช้าๆบนรถไฟที่วิ่งท่ามกลางภูเขานี่มันสวรรค์ชัดๆ

เราว่าวันนี้สองข้างทางรถไฟใช้หมอกเปลืองม๊ากกกกก ประชด !! วิวตรงนี้ถ้ามาเห็นด้วยสายตาจริงๆจะรู้ว่ามันสวยกว่าในภาพมากครับ

https://youtu.be/YwC1_A42tCo

ลิ้งค์ youtube รถไฟกำลังวิ่งลอดอุโมงค์ขุนตาน

09.00 น.รถไฟถึงปลายทางสถานีเชียงใหม่ รถไฟใจดีแถมให้เราตั้ง20นาที (ตามเวลาถึง 08.40น.)

เมื่อถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่แล้ว เราได้นั่งรถแดงไปขนส่งอาเขตเพื่อไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์ที่ร้าน bigky สาขาอาเขต ร้านนี้ไม่ต้องวางมัดจำวางเเค่บัตรประชาชนก็สามารถเช่ารถได้เเล้ว ก่อนออกจากร้านเเนะนำให้ตรวจเช็คถ่ายรูปสภาพรถให้เรียบร้อยนะครับ ตอนเช่าน้ำมันมีเเค่ไหนตอนส่งรถคืนน้ำมันต้องเท่าเดิม ร้านนี้บริการดีมากครับ สนใจ ขับมอไซค์เที่ยวเชียงใหม่ สามารถโทรได้ตามเบอร์นี้ครับ 0846878809

ได้รถเรียบร้อยเเล้วเราก็มารับเพื่อนๆที่สถานีรถไฟเพื่อเตรียมตัวไปกราบไหว้พระธาตุดอยสุเทพเป็นที่เเรกครับเพื่อเป็นกำลังใจในการเกินทางเพราะเราต้องไปกันอีกไกลตลอด3วัน

ถึงดอยสุเทพเราสามารถเดินบันไดพญานาคหรือจะขึ้นรถรางเพื่อขึ้นไปด้านบนของดอยสุเทพได้ สำหรับรถรางคนละ 20 บาท สำหรับขึ้นเเละลงครับ

เราเดินถ่ายรูปเเละกราบไหว้ขอพรกันจนลืมเวลา ดูเวลาอีกที่ผ่านไปราวๆ1ชั่วโมงครึ่งเเล้ว เราก็ใกล้ได้เวลาไปสถานที่ต่อไปกันเเล้วครับ

ระยะทางจากดอยสุเทพไปยังดอยปุยราวๆ12กิโลครับ เเต่ทางขึ้นค่อนข้างเเคบบางช่วงมีโค้งหักศอกต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่กันด้วยนะครับ

เราใช้เวลาขับจากดอยสุเพทมาถึงดอยปุยราวๆ30 นาทีครับเพราะทางเป็นหลุมเป็นบ่อเยอะมากเเละบางช่วงรถเเทบสวนกันไม่ได้เลย

มองเห็นหมู่บ้านม้งอยูด้านล่างด้วยนะ

Boost up อุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน สปอนเซอร์หลักที่พาเรามาถึงที่นี่

มาเที่ยวเเนวเเบ็คเเพ็ครถก็จะรกๆหน่อย ^^ เราอยู่กันที่ดอยปุยราวๆ1ชั่วโมงครับหลังจากนี้เราต้องเเว้นมอไซค์กันยาวๆเพื่อไปถึงที่ทำการดอยอินทนนท์เพื่อกางเต็นท์นอนกันที่ยอดดอย โดยเราตั้งใจจะไปให้ถึงก่อนเวลา 16.00 น.ครับ ซึ่งด่านจะเปิดให้ขึ้นดอยอินทนนท์คือ 18.00 น.เท่านั้นครับจะทันไหมมาลุ้นกันครับ

ดอยปุย กับมุมมองที่ไม่ธรรมดา

ทิ้งท้ายด้วยคลิปวีดีโอ youtube บรรยากาศรอบๆที่ไม่ธรรมดาบนดอยปุยครับ

เราขับรถกันถึงด่านทหารในเวลา17.50น.(ด่านปิด18.00น.) เฉียดฉิวเลย จากด่านตรวจก็เป็นการขับรถที่ตื่นเต้นมากๆอีกครั้งหนึ่งเพราะทางขึ้นดอยอินทนนท์เริ่มมืด ไม่มีไฟทาง ทางขึ้นชันในบางช่วง อากาศหนาว …. เราขับมอไซค์มาถึงจุดกางเต็นท์ราวๆ 19.30น.ก็จัดการเช่าเต็นท์กับเครื่องนอน พร้อมสั่งหมูกระทะชุดใหญ่ๆมา2ชุด อิอิ

อยากบอกว่าหนาวมากกกก เเต่เชื่อเราไหม อากาศหนาวๆเเบบนี้กับการกินหมูกระทะร้อนๆเเบบนี้เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ

…..วันที่2 เราตื่นกันตั้งเเต่ตี4 เพื่อที่จะขับมอไซค์ขึ้นมาบนจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน เพราะการจะเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วเเม่ปานนั้นตะต้องเดินตอนเช้ามืดเพราะว่าจะได้ไม่ร้อนครับ ….อยากบอกว่า เห้ย !! 10องศา บอกเลยว่าหนาวมากกก

คนรอชมพระอาทิตย์ขึ้นกันเยอะมากนี่ขนาดตี5นิดๆเองนะ

หนาวๆเจอวิวเเบบนี้ค่อยสมกับการตื่นตี4หน่อย

กิ่วเเม่ปานจะเป็นการเดินศึกษาธรรมชาติระยะทางเดินไปกลับรวมระยะทางราวๆ4กิโลครับ ช่วงเเรกจะเป็นป่าทึบดิบชื้นครับต้นไม้สูงใหญ่จะเยอะมากๆ

หลังจากเดินในเขตป่าทึบราวๆ30นาทีก็เป็นเป็นอะไรที่ว้าวววว มาก เพราะมันเป็นเนินสูงเเละวิวสวยมาก ดูดีๆจะเห็นน้ำค้างเเข็งบนยอดใบไม้ด้วยนะ

คลิปบรรยากาศเดินศึกษาธรรมชาติ@กิ่วเเม่ปาน

เห็นเเบบนี้อยากบอกว่ามันหนาวมากเลยนะลมเเรงด้วย น้ำเเข็งเกาะตามยอดใบไม้มีให้เห็นได้ทั่วไป อยากมาเจอวิวเเบบนี้เเนะนำให้มาช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค.นะครับรับรองฟิน

เราใช้เวลาเดินกิ่วเเม่ปานกันตกราวๆ3ชั่วโมง ถ้าเดินกันจริงๆ2ชั่วโมงเราว่าเอาอยู่ เเต่ถ้าถ่ายรูปเล่นด้วยก็จะใช้เวลาพอๆกับเรานี่เเหละ ก่อนจบกิ่วเเม่ปานก็เจอไกด์ถ่ายรูปเป็นที่ระทึก !!เอ้ยระลึก ไกด์นิสัยดีมากครับ

ไหนๆก็มาถึงนี่เเล้ว ว่าเเล้วเราก็เเว้นมอไซค์ขึ้นไปจุดสูงสุดของประเทศไทยกันสักหน่อย “จุดสุดดอยอินททนนท์ ” ตอนนี้เวลาราวๆ9 โมงเช้า อากาศยัง6องศาอยู่เลย ใกล้ๆจุดสูงสุดนึ้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาให้เดินด้วยนะครับเป็นระยะทางสั้นๆราวๆ600 เมตร ครับ

ระหว่างทางลงจากดอยอินทนนท์ด้านซ้ายมือจะมีป้าย”น้ำตกวชิรธาร” เราเลยลองขับเข้าไปดู เอ้ยยยย!! มันสวยมากกกก บอกเลย

เราขับรถเข้ามาถึงตัวเมืองใช้เวลาจากดอยอินทนนท์ราวๆ2ชั่วโมงครึ่ง ส่วนที่พักคืนที่2ก็เป็นที่ “เบสิกไลน์แอทลอยเคราะห์” อยู่ใกล้ๆประตูท่าเเพครับ ราคาเบาๆเริ่มค้นที่600บาท/คืนครับ เราว่าโอเคเลยนะกับราคา

ลิ้งค์ที่พักครับเพื่อเป็นประโยชน์ในการท่องเที่ยวไม่มากก็น้อยครับ

….วันต่อมาเราตื่นกันตั้งเเต่ตี4ครึ่งเพื่อที่จะขับมอไซค์ไปให้ทันดูเเสงเเรกของวันที่ม่อนเเจ่มครับ

ระยะทางก็ไกลพอสมควรเลย ออกจากตัวเมืองใช้เส้นทางไปทางอำเภอเเม่ริม ทางจะเป็นถนนลาดยางทางราบราวๆ30กิโลเมตรเเรกครับ หลังจากนี้จะเป็นทางขึ้นเขาสูงเเละไม่มีไฟทางนอกจากไฟหน้ารถ หนาวมากกก ตอนขับขึ้นเขา เรามาถึงม่อนเเจ่มไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้น 555

เราว่าเรามาเช้าเเล้วนะ เเต่คนเยอะมากเเล้วก็หนาวมากด้วย

มาม่อนเเจ่มก็อย่าลืมถ่ายรูปรถฟอมูล่าม้งกับป้ายม่อนเเจ่มนะ เดี๋ยวเค้าจะว่า ว่ามาไม่ถึงม่อนเเจ่ม

ม่อนเเจ่มในวันที่มีเเต่หมอก (ม่อนหมอก)

คลิปบรรยากาศบนม่อนเเจ่มครับ

ระหว่างทางลงม่อนเเจ่มขวามือเราเจอร้านอาหารนั่งชิลล์กับบรรยากาศริมน้ำตกรสชาติก็ธรรมดาครับ เน้นวิวมากกว่า …..กินเสร็จเราขับรถเข้าเพื่อจะเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่กันครับ

ก่อนเที่ยวก็ต้องเช็คเอ้าท์ออกจากโรงเเรมก่อนครับ

ระยะทางไปวัดอุโมงค์ไม่ไกลครับ ออกไปทางเส้นที่จะไปดอยอินทนนท์จะมีป้ายบอกครับ ทางเข้าวัดอุโมงค์จะงงๆนิดหน่อยเพราะป้ายจะเล็กมากกกกก !!

ถึงเเล้วครับ วันนี้คนเยอะพอสมควร ถ้ามาหน้าฝนตรงกำเเพงหน้าอุโมงค์จะปกคลุมไปด้วยมอสเป็นสีเขียวทั้งกำเเพงครับ เเต่มาหน้าหนาวก็จะไม่เห็นมอสขึ้นปกคลุมกำเเพงนะ

ไฮไลท์ของวัดนี้คือ อุโมงค์ครับ ในภาพคือทางเข้าอุโมงค์ ด้านในอุโมงค์จะชื้นเเละเย็นครับ เอ่อ มีกลิ่นขี้ค้างคาวด้วยนะ ^^

….วัดอุโมงค์ สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราวปี พ.ศ.1839 ด้านบนอุโมงค์เป็นเจดีย์ที่มีอายุเก่าแก่ของล้านนา นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าสร้างประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 20

…..การเดินทางวัดอุโมงค์ ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพ อำเภอเมือง หากไปจากตลาดต้นพยอม วิ่งผ่านสี่แยกคลองชลประทานด้านหลังม.เชียงใหม่ ประมาณ 500 เมตร เข้าซอยทางด้านซ้ายมือไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนกลับเราก็ไปคืนรถมอไซค์ที่ร้าน เเต่ก่อนคืนต้องเติมน้ำมันเต็มถังด้วยน๊าาาาา

15.00 น.เราก็ถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ รถไฟขบวนที่เราจะกลับกรุงเทพคือ รถด่วนขบวนที่ 52 เชียงใหม่-กรุงเทพ ออกจากเชียงใหม่ในเวลา 15.30 น.

ขากลับเราเลือกนั่งรถไฟชั้น2 รถนอนพัดลม ที่เลือกรถพัดลมเพราะจะดูวิว แฮ่ !! เพราะรถแอร์จะชะโงกหน้ารับลมไม่ได้น๊าาาา

รูปที่ 15.30 น. รถไฟออกจากสถานีเชียงใหม่ตามเวลา ….เวลากลับจะรู้สึกอาลัยอาวรณ์อน่างบอกไม่ถูก เเล้วเราจะกลับมาใหม่ @ที่นี่เชียงใหม่

บางมุมมองก็ต้องรถไฟนี่เเหละที่จะได้เห็นวิวเเบบนี้

สถานีขุนตานบรรยากาศจะฟินเเบบนี้เพราะเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในประเทศไทย

18.30 น.รถไฟก็เข้าสู่สถานีนครลำปางตามลำดับ ถึงกรุงเทพในเวลา 05.25.น.ครับ พวกเราก็เดินทางถึงโดยสวัสดิภาพ ทริปนี้อาจจะเจออุปสรรคไปบ้างเเต่เราเชื่อว่า “สีสันของชีวิต คือการใกล้ชิดอุปสรรค การเดินทางท่องเที่ยวก็เช่นกัน บางครั้งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้ากล้าที่จะออก โลกก็จะเปลี่ยน ลองออกมาเที่ยวไทยกันครับ เมืองไทยเรามีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก “เที่ยวไทยไม่ไปไม่รู้ครับ” …..ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบ หรือจะดูเเต่ภาพเราก็ดีใจเเล้ว รีวิวนี้อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับเป็นเเนวทางให้ผู้ที่รักการท่องเที่ยวไม่มากก็น้อย

…ขอบคุณครับ เจอกันใหม่ในทริปหน้าครับ

ขอบคุณ “เพจเเบกเป๋า-เที่ยว

 


Shares
  • 82
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    82
    Shares