Shares
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ภูทอก จังหวัดบึงกาฬ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีชื่อเสียงตลอดกาลของจังหวัดบังกาฬ โดดเด่นด้วยภูเขาตั้งโดดเด่น

มีสะพานไม้และบันไดเวียนขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพโดยรอบภูทอกที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม

เหมาะแก่การบำเพ็ญธรรมของภิกษุ-สามเณรและพุทธศาสนิกชนทั่วไป มีความเงียบสงบ สวยงาม

ด้วยธรรมชาติแวดล้อมอันแฝงไว้ซึ่งเสน่ห์ทางธรรม

 

ภูทอก

 

ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จังหวัดบึงกาฬ

โดยมีพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง ภูทอก ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ภูทอกมี 2 ลูก

คือภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย ส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถไปชมได้คือ ภูทอกน้อย

ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม

 

ภูทอก

 

จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันไดเวียนไปมารอบภูทอกแบบ 360 องศา

ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็ม มีบันไดไม้ให้เดินเวียนขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก

และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินบนสะพานเวียนรอบเขา ซึ่งจะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างไปเรื่อยๆ

บันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้พ้นโลกแห่งโลกียะ สู่โลกแห่งโลกุตระ

หรือโลกแห่งการหลุดพ้น ด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น โดยภูทอกจะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้น

ในช่วงวันที่ 10 -16  เมษายนของทุกปี

 

ภูทอก

 

ในแต่ละย่างก้าวบันไดขึ้นสู่ภูทอก แบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีลักษณะแตกต่างกันดังนี้

 

ชั้นที่ 1-2 เป็นบันไดสู่ชั้นที่ 3 ซึ่งเริ่มเป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพเป็นป่าเขามืดครึ้ม มีโขดหินลานหิน

สุดทางชั้นที่ 3 มีทางแยกสองทาง ทางซ้ายมือเป็นทางลัดไปสู่ชั้นที่ 5 ได้เลย ซึ่งเป็นทางชันมาก

ผ่านซอกหินที่มีลักษณะเหมือนอุโมงค์ ทางขวามือ เป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ 4

 

ชั้นที่ 4 เป็นสะพานลอยไต่เวียนรอบเขา มองไปเบื้องล่างจะเห็นเนินเขาเตี้ยๆ สลับกัน เรียกว่า “ดงชมพู”

ทิศตะวันออกจดกับภูลังกา เขตอำเภอเซกา ซึ่งมีสภาพเป็นป่าดิบ มีแม่น้ำลำธารหลายสายไหลผ่าน

มีสัตว์ป่ามากมายอาศัยอยู่ โดยเฉพาะมีฝูงกา มาอาศัยอยู่มาก จึงเรียกกันว่า “ภูรังกา” แล้วเพี้ยนมาเป็น “ภูลังกา

ในที่สุด ส่วนบนชั้นที่ 4 นี้จะเป็นที่พักของแม่ชีรอบชั้น มีระยะทางประมาณ 400 เมตร มีที่พักผ่อนระหว่างทางเป็นระยะ

 

ชั้นที่ 5 หรือชั้นกลาง ถือว่าเป็นชั้นที่สำคัญที่สุด มีศาลาขนาดใหญ่ พระพุทธรูป กุฏิพระ และเป็นที่เก็บสังขาร

ของพระอาจารย์ จวนด้วย พื้นที่สะอาดกว้างขวางร่มเย็นมาก เหมาะสำหรับการนั่งสวดมนต์ปฏิบัติธรรมสำหรับนักแสวงบุญ

หรือผู้ที่ใฝ่หาความสงบ ตลอดตามช่องทางเดินจะมีถ้ำอยู่หลายจุด เช่น ถ้ำเหล็กไหล ถ้ำแก้ว ถ้ำฤาษี ฯลฯ

มีที่ให้นั่งพักระหว่างทางเดินเป็นระยะ ถ้าเดินมาทางด้านเหนือจะเห็นสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พุทธวิหาร

อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีลักษณะแปลกและน่าอัศจรรย์ที่สุดคล้ายกับพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า

คือเป็นหินแยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่ แต่ไม่ตกลงมา เพราะตั้งอยู่อย่าง ได้ฉากกับพื้นโลกพอดี

ปัจจุบันมีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหาร มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่ได้อย่างชัดเจน

และมีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของบันไดเวียนรอบเขา

 

ชั้นที่ 6 จะเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ตลอดทางเดินจะเป็นหน้าผายื่นออกมาทำให้ในบางครั้งเวลาเดินต้องเบี่ยงตัวออกเล็กน้อย

โดยแต่ละจุดก็จะมีชื่อของหน้าผาที่แตกต่างกัน เช่น ผาเทพนิมิตร ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต เป็นต้น

ในช่วงฤดูหนาวจะมีทะเลหมอกลอยอยู่รอบๆ ยอดเขา ทำให้เหมือนอยู่บนสวรรค์ จากชั้นที่ 6 สู่ชั้นที่ 7

เป็นสะพานไม้เวียนรอบเขา ยาว 400 เมตร เกาะติดอยู่ริมหน้าผา สูงชันน่าหวาดเสียว มีความยาว 400 เมตร

สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และน่าชมที่สุดของชั้นนี้ คือ ปากทางเข้าเมืองพญานาค ซึ่งอยู่หลังพระปางนาคปรก

มีจุดให้สังเกตคือ มีรอยสีขาวขูดติดกับหินปูน ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นรอยถลอกที่เกิดจากท้องพญานาคสัมผัสกับหิน

และมีบ่อน้ำเล็กๆ มีน้ำขังอยู่เกือบตลอดปี

 

ชั้นที่ 7 จะมีบันไดไม้พาดขึ้นมา เมื่อเดินขึ้นบันไดผ่านมาแล้วจะเจอทางแยก 2 ทางเพื่อขึ้นไปบนดาดฟ้าชั้น 7

ทางแรกเป็นทางชันต้องเกาะเกี่ยวกิ่งไม้และรากไม้เดินลำบาก แถมยังมีป้ายบอกให้ “ระวังงู” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีอยู่มาก

บนยอดภูแห่งนี้ด้วย ดังนั้นควรใช้อีกทางหนึ่งซึ่งเป็นทางอ้อมต้องเดินเวียนไปทางขวามือ แต่ก็จะมาบรรจบกัน

ด้านบนชั้น 7 หรือดาดฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ทึบมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่

 

ภูทอก

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานอุดรธานี

(รับผิดชอบพื้นที่ จ.บึงกาฬด้วย) โทร. 0 4232 5406

 

การเดินทาง

 

รถส่วนตัว ภูทอกอยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 185 กิโลเมตร การเดินทางจากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 212

ผ่านอำเภอโพธิ์ชัย อำเภอปากคาด และอำเภอบึงกาฬ แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 222 ถึงอำเภอศรีวิไล

จากอำเภอศรีวิไล มีทางแยกซ้ายผ่านบ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม สู่บ้านนาคำแคน ถึงภูทอกเป็นระยะทางอีก 20 กิโลเมตร

 

รถประจำทาง อีกทางหนึ่งคือ เดินทางมากับรถบัสขนาดเล็กได้ โดยเดินทางจากอำเภอบึงกาฬไปลงอำเภอศรีวิไล

จากนั้นเดินทางต่อไปโดยรถสองแถวที่ไปภูทอก โดยใช้เส้นทางหมายเลข 212 (บึงกาฬ-บ้านชัยพร) ประมาณ 24 กิโลเมตร

และ เดินทางจากบ้านชัยพรเข้าสู่ภูทอกอีกประมาณ 22 กิโลเมตร

 

เครดิตภาพ : pantip นพ.ฐาปนันท์ มหิศนันท์

 

 


Shares
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •