Shares
  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1
    Share

พระธาตุนาดูน หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมของ จังหวัดมหาสารคาม

เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า ตักศิลานคร พื้นที่นี้มีการขุดค้นพบร่องรอยโบราณสถานและโบราณวัตถุ

อันบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองสมัยอดีต ปัจจุบันวัดพระธาตุนาดูนได้รับการพัฒนาเป็นศาสนสถานที่สวยงาม

เป็นศูนย์กลางส่งเสริมพระพุทธศาสนาและเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น พุทธมณฑลอีสาน

 

พระธาตุนาดูน

 

พระธาตุนาดูน ถือเป็นปูชนียสถานที่สร้างขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ภูมิภาค พื้นที่โดยรอบได้ถูกพัฒนา

เพื่อเป็นศูนย์กลางส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา และส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

 

พระธาตุนาดูน พระธาตุนาดูน

 

เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่นาของนายทองดี ปะวะภูตา ราษฎรหมู่บ้านนาดูน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2522 มีการขุดพบสถูป

บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ทำด้วยทองสำริด โดยผอบจะบรรจุพร้อมกัน 3 ชั้นคือ ผอบทองคำ จะซ้อนอยู่ในผอบเงิน

ผอบเงินจะซ้อนอยู่ในผอบทองสำริด ทุกผอบมีฝาปิดมิดชิด ภายในผอบทองคำมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ 1 องค์

มีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวขุ่นขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารหักครึ่ง หล่อเลี้ยงไว้ด้วยน้ำมันจันทน์เมื่อเปิดออกมาจะมีกลิ่นหอมมาก

ส่วนยอดทำด้วยทองสำริดกลมตัน ทำเป็นปล้องไฉนลูกแก้วและปลียอด ตอนต้นทำเป็นเกลียวสามารถปิด

ประกอบกับส่วนตัวองค์สถูปได้พอดี รวมถึงพบพระพุทธรูป พระพิมพ์ลายหลายแบบจำนวนมาก

เป็นหลักฐานสำคัญว่าพื้นที่นี้มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาและวัฒนธรรม

ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 – 15

 

พระธาตุนาดูน

 

หลังจากนั้นได้มีการสร้างองค์พระธาตุนาดูนขึ้นในบริเวณที่ขุดพบสถูป ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบ

มีการออกแบบลักษณะองค์พระธาตุ โดยจำลองแบบจากสถูปทองสำริดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ค้นพบนั่นเอง

ฐานประยุกต์แบบศิลปะทวาราวดี ฐานกว้าง 35.70 * 35.70 เมตร มีความสูงจากฐานถึงยอด 50.50 เมตร

มีลวดลายลวดบัว เสาบัว จำลองแบบพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ที่ขุดพบมาประดิษฐานในพระธาตุจำนวน 32 รูป

และมีมารแบกปั้นเป็นแบบนูนสูงประดับที่ฐานจำนวน 40 ตัว ตัวองค์พระธาตุแบ่งออกเป็น 16 ชั้น

ลักษณะการก่อสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ภายในโปร่ง ซึ่งในแต่ละชั้นมีความแตกต่างกันไป อาทิ

 

ชั้นที่ 1 เป็นรากฐานองค์พระธาตุมีลักษณะกลม มีพื้นทางเดินโดยรอบ และมีซุ้มประตูลายปูนปั้น 4 ประตูประจำทิศ

ผนังประดับด้วยกระเบื้องด่านเกวียนศิลปะของภาคอีสาน

 

ชั้นที่ 2 มีพื้นที่โดยรอบสำหรับก่อสร้างเจดีย์องค์เล็กประจำทิศเหนือ ทั้ง 4 และพระพุทธรูปประจำซุ้ม 4 องค์

 

ชั้นที่ 3 ก่อสร้างเจดีย์องค์เล็กประจำทิศเฉียง 4 องค์ เช่นเดียวกับชั้นที่ 2

 

ชั้นที่ 4 เป็นฐาน 8 เหลี่ยมถือเป็นชั้นเริ่มต้นของตัวองค์พระธาตุ

 

ชั้นที่ 5 เป็นลักษณะฐานบัวกลม

 

ชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 10 เป็นตัวองค์ระฆังของพระธาตุ โดยเฉพาะชั้นที่ 8 จะเป็นชั้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ชั้นที่ 9 ชั้นที่ 10 เป็นชั้นบัลลังก์

 

ชั้นที่ 11 ถึงชั้นที่ 14 เป็นชั้นบัลลังก์ประกอบด้วยลักษณะทรงกลมมีลายปูนปั้นเป็นกลีบบัว

 

ชั้นที่ 14 ถึงชั้นที่ 16 เป็นชั้นปล้องไฉน มีทั้งหมด 6 ปล้อง โครงสร้างประกอบด้วยเสาแกนต้นเดียว

ปล้องไฉนทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นที่ 16 ถึงยอดคือ ปลียอด มีชั้นปลี ชั้นลูกแก้ว และชั้นฉัตรยอด

 

พระธาตุนาดูน

 

นอกจากนี้โดยรอบองค์พระธาตุมีบริเวณกว้างขวาง จัดแต่งเป็นสวนรุกขชาติ ปลูกต้นไม้ในพุทธประวัติ

เป็นที่ตั้งของ สถาบันวิจัยรุกขเวช ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ ทั้งสวนสมุนไพร ลานไผ่ พิพิธภัณฑ์โรงเกวียนอีสาน

และพิพิธภัณฑ์เรือนอีสาน จำลองบ้านผู้ไทย บ้านประมง บ้านดนตรี บ้านเครื่องมือดักสัตว์ บ้านผ้าทอ และบ้านหมอยา

จึงถือว่าที่นี่เป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาคู่บ้านคู่เมืองของชาวมหาสารคาม และยังเป็นแหล่งเรียนรู้

ศิลปวัฒนธรรมของชาวอีสานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง สมกับที่เมืองมหาสารคามได้การขนานนามว่าเป็น “ตักศิลานคร”

เมืองแห่งศูนย์กลางการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

พระธาตุนาดูน

 

ทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุนาดูน ในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือวันมาฆบูชา

ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมเวียนเทียนรอบองค์พระบรมธาตุ การบวงสรวงองค์พระบรมธาตุ การปฏิบัติธรรมวิปัสสนา

การทำบุญตักบาตร สวดมนต์ฟังธรรม ขบวนแห่ประเพณี 12 เดือน การแสดงแสง สี เสียง ประวัติความเป็นมานครจำปาศรี

และการแสดงมหรสพสมโภชตลอดงาน

 

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น.

 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ททท. สำนักงานขอนแก่น โทร. 0 4324 4498 – 9

 

การเดินทาง จากตัวเมืองมหาสารคามใช้ทางหลวงหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม

จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 และเลี้ยวขวาสู่ทางหลวงหมายเลข 2389

รวมระยะทางจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร

 

เครดิตภาพ : nkr.mcu

 

 


Shares
  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1
    Share