Shares
  • 20
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    20
    Shares

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล อุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของเมืองไทย

ดินแดนของนักโทษการเมืองในอดีต ที่เล่าขานกันว่าเป็นนรกกลางทะเลอันดามัน

ทว่าความปัจจุบันกลับกลายเป็นสวรรค์ของผู้รักการเดินทาง เพราะมีทิวทัศน์ที่งดงาม ผืนน้ำใสสีมรกต

ทรัพยากรใต้ท้องทะเลยังคงอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีประติมากรรมธรรมชาติที่ “เกาะไข่

และหาดหินบน “เกาะหินงาม” หรือ “เกาะอาดัง เกาะราวี” ที่มีหาดทรายสีขาวนุ่มเนียนละเอียดละออ

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

อุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของเมืองไทย มีชื่อเสียงด้านประวัติศาสตร์และความสวยงามของธรรมชาติ

อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ.2525 ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน

(ASEAN Heritage Parks and Reserves) อยู่ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 40 กิโลเมตร

และห่างจากฝั่งที่ท่าเรือปากบารา 22 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 51 เกาะ มีเกาะขนาดใหญ่ 7 เกาะ

ได้แก่ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะกลาง เกาะบาตวง และเกาะบิสสี

แบ่งออกเป็น 2 หมู่เกาะใหญ่คือหมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

ตะรุเตา” เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า “ตะโละเตรา” ในภาษามลายู แปลว่า มีอ่าวมาก ตะรุเตาเป็นอุทยานแห่งชาติ

ที่อยู่ในทะเลอันดามัน บริเวณช่องแคบมะละกา มหาสมุทรอินเดีย ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดสตูล

ด้านใต้ของเขตอุทยานแห่งชาติ ห่างจากชายแดนไทย-มาเลเซีย เพียง 4.8 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในความใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เนื่องจากเป็นจุดรวมความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ทั้งบนเกาะและในทะเล มีป่าที่อุดมสมบูรณ์

เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ในน้ำก็งดงามด้วยกลุ่มปะการังหลากสีสวยสด จนเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่วโลก

 

ครั้งหนึ่งในอดีตด้วยความเป็นเกาะที่อยู่ห่างไกลจากฝั่ง เกาะตะรุเตาคือสถานที่กักกันนักโทษชั้นดี และได้จัดตั้งนิคมขึ้นมา

โดยสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักผู้คุม เรือนนอนนักโทษ และโรงฝึกอาชีพที่อ่าวตะโละวาว และอ่าวตะโละอุดัง

ในปี พ.ศ.2481 นักโทษชุดแรก 500 คนได้เดินทางมาถึงเกาะตะรุเตา และทยอยเข้ามาอีกเรื่อยๆ จนมีจำนวนมากถึง 3,000 คน

รวมทั้งนักโทษการเมือง และกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฎบวรเดชและกบฎนายสิบ ก็ถูกนำมากักบริเวณ

อยู่ที่อ่าวตะโละอุดัง ครั้นในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้เกิดเหตุการณ์โจรสลัดตะรุเตา

ซึ่งก็คือผู้คุมและนักโทษจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันออกปล้นสะดมเรือสินค้าที่ล่องผ่านช่องแคบมะละกา

เพื่อดำรงชีพให้อยู่รอดจากภาวะการขาดแคลนอาหาร และยารักษาโรคที่เกิดขึ้นอย่างหนัก

แต่แล้วในที่สุดตำนานโจรสลัดตะรุเตาก็ปิดฉากลงด้วยฝีมือของกองกำลังจากรัฐบาลอังกฤษ

และต่อมาได้มีการประกาศยกเลิกนิคมตะรุเตา เกาะแห่งนี้ได้ถูกทิ้งร้างนานถึง 26 ปี

ก่อนได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของไทย

 

ช่วงเวลาเหมาะสมในการท่องเที่ยวคือ เดือนพฤศจิกายน – เมษายน โดยจะมีฝนตกชุกที่สุดในเดือนกันยายน

คลื่นลมแรง ไม่เหมาะกับการเดินเรือ จึงมีการกำหนดปิดฤดูกาลท่องเที่ยวประจำปีดังนี้ เฉพาะบริเวณหมู่เกาะอาดัง – ราวี

ปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 15 พฤศจิกายนของทุกปี และเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว

ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 พฤษภาคมของทุกปี

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

สิ่งที่น่าสนใจภายในอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา

 

ชมความยิ่งใหญ่ของเกาะตะรุเตา เกาะใหญ่สุดของอุทยานฯ อุดมไประบบนิเวศหลากหลาย ทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายเลน

อันเป็นถิ่นอาศัยของพรรณไม้และสัตว์นานาชนิด มีอ่าวน้อยใหญ่ที่อุดมไปชายหาดสวยงามหลายแห่ง

อีกทั้งในท้องทะเลของเกาะตะรุเตายังมีพันธุ์ปลาหลากหลายชนิดรวมทั้งเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ 4 ชนิดอีกด้วย

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

ชมวิวพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด อ่าวพันเตมะละกา สามารถเดินขึ้นไปชมวิวบนผาโต๊ะบูได้อีกด้วย

ที่นี่เป็นอ่าวที่มีชายหาดยาวขาวสะอาด เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ส่วนหนึ่งจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเกาะตะรุเตาให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้

และสัมผัสความเงียบสงบจากอ่าวเล็กๆ ที่ติดกับอ่าวพันเตมะละกา

 

เดินเล่นบนเม็ดทรายนุ่มเท้าของอ่าวเมาะและ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 4 กิโลเมตร

หาดทรายขาวสะอาด มีทิวมะพร้าวเรียงรายสวยงาม ทั้งยังมีบังกะโลไว้พักแรม

 

สนุกกับหลากกิจกรรมบนอ่าวสน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 8 กิโลเมตร เป็นอ่าวรูปโค้งที่มีหาดทรายสลับกับหาดหิน

และเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล ที่นี่มีจุดกางเต็นท์ มีบริการอาหารและเครื่องดื่ม และใกล้กันยังมีน้ำตกขนาดเล็ก

คือ น้ำตกลูดู และน้ำตกโละโป๊ะ อยู่ห่างจากอ่าวสนประมาณ 3 กิโลเมตร มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติเข้าไปชมน้ำตก

 

ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่อ่าวตะโละวาว อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม

 

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่อ่าวตะโละอุดัง อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ห่างจากเกาะลังกาวี 8 กิโลเมตร

ด้านหน้าอ่าวมีหินซีกขนาดใหญ่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ มีสะพานสำหรับจอดเรือ

โดยที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นที่กักกันนักโทษการเมือง กลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชและกบฏนายสิบ

 

ระทึกใจในถ้ำจระเข้  ชื่อถ้ำจระเข้ แต่ไม่มีจระเข้ ซึ่งถ้ำที่มีความลึกประมาณ 300 เมตร

ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงาม มีลักษณะแตกต่างกันไปชวนจินตนาการบรรเจิด

โดยต้องนั่งเรือหางยาวไปตามคลองพันเตมะละกา สองฝั่งคลองหนาแน่นไปด้วยต้นโกงกาง

ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 20 นาที และใช้เวลาชมถ้ำประมาณหนึ่งชั่วโมง การเดินทางชมถ้ำว่าควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วย

 

ตื่นตากับวิวสุดอลังการจุดชมวิวผาโต๊ะบู เป็นหน้าผาสูง 60 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

ตั้งอยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ โดยใช้เวลาเดินขึ้นจุดชมวิวประมาณ 20 นาที จากบนนี้จะเห็นทะเลสีครามสดใส

มองเห็นเกาะบุโหลน เกาะกลาง เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะราวี หมู่เกาะเภตรา และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามอีกมุมหนึ่ง

 

กิจกรรมน่าสนุกต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถทำได้ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

เดินป่าศึกษาธรรมชาติ จากที่ทำการอุทยานฯ บริเวณอ่าวพันเตมะละกา มีเส้นทางเดินเท้าผ่านป่าดงดิบไปอ่าวตะโละวาว

ระยะทาง 12 กิโลเมตร สภาพของสองข้างทางเป็นป่าดงดิบหนาทึบ ร่มรื่นด้วยไม้นานาพรรณ มีสัตว์ป่า เช่น หมูป่า กระจง

และนกน่าสนใจหลายชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบได้บ่อย นอกจากนี้ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งไปอ่าวจากอ่าวเมาะและ

จนถึงอ่าวสนระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยจะผ่านป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์

และยังเหมาะแก่การดูนกเช่น นกเงือก นกแซงแซว

 

ล่องเรือรอบเกาะ โดยอุทยานฯ ได้จัดเรือบริการพร้อมเจ้าหน้าที่นำทางชมหาดทรายต่างๆ

ซึ่งเริ่มจากแวะดูนก ชมหาดทรายขาวและยาวที่สุดที่อ่าวสน ศึกษาร่องรอยประวัติศาสตร์ที่อ่าวตะโละอุดัง

ชมธรรมชาติที่อ่าวตะโละวาว แวะดำน้ำ และเที่ยวป่าชายเลน ใช้เวลาในการล่องเรือ 1 วัน

ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะ

 

ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง

สอบถามรายละเอียดได้ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760

หรือเข้าไปดูรายละเอียดที่ www.dnp.go.th

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ท่าเรือปากบารา โทร. 0 7478 3485, 0 7478 3597, 0 7478 1285

หรือหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ที่ต.ต.1 (อ่าวพันเตมะละกา) บนเกาะตะรุเตา โทร. 0 7472 9002-3

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

การเดินทาง โดยเรือโดยสารไปอุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

ท่าเรือปากบาราไปเกาะตะรุเตา ขึ้นเกาะบริเวณท่าเรือพันเตมะละกา ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

หรือไปเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ มีตารางการเดินเรือดังนี้

 

ท่าเรือปากบาราไปเกาะตะรุเตา เรือออกจากท่าเรือปากบารา เวลา 11.30 น. และ 13.00 น. ค่าเรือ 700 บาท ไปกลับ

 

เกาะตะรุเตาไปเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ เรือออกจากเกาะตะรุเตา เวลา 11.45 น. ค่าเรือ 700 บาท ไปกลับ

 

เกาะอาดัง-หลีเป๊ะไปเกาะตะรุเตา เรือออกจากเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ เวลา 09.00 น.

 

เกาะตะรุเตาเดินทางไปท่าเรือปากบารา เรือออกจากเกาะตะรุเตา เวลา 10.00 น. และ 12.00 น.

 

เครดิตภาพ : thetrippacker CHEN, pantip, OKNation

 

 


Shares
  • 20
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    20
    Shares