วัดกุฎีดาว อยุธยา มาเที่ยววิถีไทย ตามรอยประวัติศาสตร์ ฟังตำนานปู่โสมเฝ้าทรัพย์ วัดกุฎีดาว

วัดร้างโบราณขนาดใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

แต่ยังคงเหลือร่องรอย ซากโบราณสถานที่น่าสนใจ และตำนานเล่าขานปู่โสมเฝ้าทรัพย์อันลึกลับน่าพิศวง

 

วัดกุฎีดาว ตามประวัติในสมัยพระเจ้าบรมโกศ ในปี พ.ศ. 2285 มีการสร้างเมืองจนไม่มีพื้นที่สำหรับสร้างวัดใหม่

พระองค์จึงได้บูรณะวัดมเหยงคณ์ วัดเก่าที่มีมาตั้งแต่ก่อนกรุงศรีอยุธยาแข่งกับพระอนุชา

(ต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) ซึ่งได้ทำการบูรณะวัดกุฎีดาว

ที่อยู่ใกล้กันในปี พ.ศ. 2254 – 2256 ดังนั้นจึงสันนิษฐานได้ว่า วัดกุฎีดาวอาจจะสร้างคราวเดียวกับวัดมเหยงคณ์

 

วัดกุฎีดาว ตั้งอยู่ใน ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา นอกเกาะเมืองทางด้านทิศตะวันออกของสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา

มีลักษณะรูปแบบศิลปะคล้ายกับวัดหลวงในสมัยอยุธยาตอนต้นถึงอยุธยาตอนกลาง ปรากฏร่องรอยฝีมือการสร้าง

อย่างงดงามตามอย่างศิลปะสมัยอยุธยา เจดีย์ใหญ่กลางวัด เป็นเจดีย์ทรงกลม ฐานกว้าง 30 เมตร

บางส่วนขององค์ระฆังหักโค่นลงมาจมดินโผล่ให้เห็นบางส่วนมีความใหญ่โตขององค์เจดีย์

 

ตำหนักกำมะเลียน อาคาร 2 ชั้น รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางด้านทิศเหนือของวัดกุฎีดาว กว้าง 14.6 เมตร ยาว 30 เมตร

ผนังชั้นบนชั้นล่างเจาะเป็นซุ้มโค้งรูปกลีบบัว สันนิษฐานว่าเป็นที่ประทับขณะทรงงานบูรณะปฏิสังขรณ์

ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศในขณะดำรงพระยศเป็นพระมหาอุปราช เมื่อ พ.ศ.2254

 

วิหารหลวง อยู่หน้าเจดีย์ใหญ่ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ภายในมีเสาสองข้าง สองแถวเป็นเสากลม

หัวเสาเป็นบัวกลุ่มแบบอยุธยา หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีการเจาะหน้าต่างถี่

สะท้อนให้เห็นความสามารถในเชิงช่างที่มีการพัฒนามากขึ้น

 

เรื่องราวตำนานปู่โสมเฝ้าทรัพย์ของวัดกุฎีดาว เริ่มจากพระองค์เจ้าพีระพงษ์ภานุเดช ได้รับสมุดข่อยโบราณ

จากพระสงฆ์รูปหนึ่ง มีลักษณะเป็นกระดาษข่อย เขียนอักษรไทยโบราณด้วยสี แต่ตัวอักษรได้ซีดจางเป็นสีขาวไปจนหมด

อีกด้านหนึ่งเป็นผ้าเยื่อไม้มีอักขระไทยโบราณ เขียนด้วยหมึกสีดำ มีรอยวาดแสดงที่ตั้งโบสถ์เจดีย์ของวัดกุฎีดาว

แสดงตำแหน่งที่ฝังขุมทรัพย์ถึง 16 แห่ง

 

พระองค์และพระสหายชาวต่างประเทศได้นำเอาเครื่องไมน์ดีเทคเตอร์ เครื่องสำรวจหาวัตถุธาตุที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น

มาสำรวจ พบตำแหน่งฝังสมบัติล้ำค่าอยู่ใต้ดิน พระองค์จึงทำเรื่องเสนอต่อกรมศิลปากรขออนุมัติดำเนินการขุด

ค้นหาขุมทรัพย์ดังกล่าว โดยทำสัญญาขอแบ่งทรัพย์ มอบให้เป็นสิทธิ์ของกรมศิลปากร 90% ส่วนอีก 10% เป็นของพระองค์

เมื่อกรมศิลปากรอนุมัติ จึงเริ่มดำเนินการขุดบริเวณวัดกุฏีดาวเป็นแห่งแรกในปี พ.ศ.2503

 

เป็นเรื่องที่น่าตกใจ เมื่อทำการขุดลงไปตรงจุดที่ลายแทงระบุว่ามีสมบัติซ่อนอยู่กลับไม่พบสิ่งใดเลย

ทั้งที่ก่อนลงมือขุดได้ใช้เครื่องไมน์ดีเทคเตอร์ตรวจ และเครื่องก็ส่งสัญญาณพบว่ามีของมีค่าฝังอยู่

แต่พอขุดลงไปกลับไม่พบสิ่งใด เรื่องประหลาดยังเกิดขึ้นกับพระองค์และพระสหาย

ชาวต่างประเทศอีก เมื่อได้พบเห็นวิญญาณมีลักษณะรูปร่างแขน ขาใหญ่แต่ไม่มีศีรษะมาปรากฏให้เห็นต่อหน้า

นอกจากนี้ภายในวังของท่าน ยังมีเสียงคล้ายคนขุดดินตลอดเวลา พระองค์จึงไปพบกับพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียง

ทางไสย์เวทพุทธาคม ให้มาช่วยและได้ทราบความจริงว่าเป็น “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” มีความโกรธเคืองผู้ที่มาลักลอบขุดสมบัติ

โดยไม่ได้ทำตามแบบแผน จึงได้สาปแช่งผู้ขุดสมบัติไม่ให้ทำมาค้าขึ้น ซึ่งต่อมาปรากฏว่าพระสหายชาวต่างประเทศ

ที่ร่วมขุดสมบัติได้เสียชีวิตกระทันหัน ส่วนพระสหายอีกคนก็หายสาบสูญโดยไม่ทราบชะตากรรม

ส่วนพระองค์ภายหลังได้หันมาดำเนินธุรกิจหลายอย่าง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

 

เรื่องราวการขุดสมบัติ บริเวณวัดกุฏีดาว จึงต้องล้มเลิกและไม่มีผู้ใดกล้ามาขุดสมบัติอีก

เพราะเกรงว่าวิญญาณจะยังคงวนเวียนเฝ้าสมบัติ และตามมาหลอกหลอนสาปแช่ง

ผ่านไปแถวอยุธยาฯ ลองแวะมาชมความงามของโบราณสถาน และตำนานของปู่โสมเฝ้าทรัพย์กันได้ที่วัดกุฎีดาว

 

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ไม่เสียค่าเข้าชม

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา โทร. 0 3524 6076 – 7

 

การเดินทาง ด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ มาทางถนนสายเอเชีย แยกเข้าสู่ถนนโรจนะ มุ่งเข้าเกาะเมือง

พอมาถึงเจดีย์วัดสามปลื้ม ให้เลี้ยวขวาอ้อมวงเวียนมาตามถนน วัดกุฎีดาวจะอยู่ทางซ้ายมือ และมีเส้นทางรถไฟผ่านหน้าวัด

 

 

เครดิตภาพ : bansansuk และ topicstock.pantip