ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร ชอบวางแผนลงใต้ทุกที โดยแผนการเดินทางครั้งนี้ เราไปสุดประเทศ
ทางด้านฝั่งอันดามัน เลยหละครับ ถ้าดูในแผนที่ ที่เราไปก็คือ “จังหวัดสตูล” ครับ

***แต่ถ้าไปสตูล ไปลงทะเลอย่างเดียว มันก็จะได้แค่ทะเล
เลยค้นคว้าหาข้อมูลกันสักหน่อย ว่าจะไปไหน กันดีบ้าง
แล้วก็มาเจอกับ เกาะที่มีชื่อว่า เกาะสาหร่าย ที่เป็นหมูบ้านชาวประมง
ที่เค้าอนุรักษ์ ความเป็นธรรมชาติและวิถีชาวเล ดั้งเดิมแบบท้องถิ่นไว้ด้วยหละ
ก็เลยอยากจะไป สัมผัสกันสักหน่อย กับหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่า ” บากันใหญ่ ”
แล้วก็ไปเกาะที่ห่างไกล ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพระเอก นางเอก ของ จัวหวัดสตูล เลยหละครับ
กับเกาะนี้ที่ขาดไม่ได้ คือ เกาะหลี เกาะที่ห่างไกล แต่ไม่เคยเงียบเหงา
เราจะไปหาแสงสีเสียงกันที่นี่หละครับ  เดินทางไปพร้อมๆกับเรา ทริปนี้ที่ จังหวัดสตูล ใต้สุดอันดามัน

เราเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ ที่สายใต้ใหม่ครับโดยการจองตั๋ว ออนไลน์ ไป-กลับ
จากเว็บ บขส 999 busticket.in.th ซึ่งจองไป-กลับมัน ลด 10% เว้ย ไปกลับ 1,310 บาท
จ่ายที่ 7-11 ได้เลย แล้วก็ไปรับตั๋วที่สายใต้

เราถาม พี่ พนักงานว่ากี่ชั่วโมงถึง จังหวัดสตูล ครับ
พี่เค้าตอบพร้อมยื่นตั๋วมาว่า “ประมาณ 15 ชั่วโมง” ค่ะน้อง เฮือกกกกกกกกกกกก !!!

เราดู สภาพรถกันหน่อยไหม ที่เราต้องไป ใช้ชีวิต ตั้ง 15 ชั่วโมงบนรถ

ขออึ้ง กับ รถแปปนึงครับ คือรถดีมากครับๆ เบาะดีมาก ปรับเองไม่ต้องกลัวคนข้างหลัง
เบาะก็นวดได้ มีขนม และ น้ำ กาแฟร้อน เสริฟครับ และ แวะกินข้าวกัน 1 จุด แถวๆ ชุมพรมั้ง

จบการ รีวิว รถ บขส เพียงเท่านี้ !!!

เอาหละครับ 15 ชั่วโมงจริงๆ ตอนนี้ เรามาถึงกันที่ จังหวัดสตูล แล้วครับ ซึ่งบนรถไม่มีใครเลย
มีเราอยู่คน จนพี่ พนง. ถามว่า น้องจะลงไหน เราก็บอกว่า จะลง อบต.ทุ่งริ้น ครับ​
ลงมานี้ เคว้ง เลย 5555 ไปไหนดีหละ แต่ก็หิวมากๆ แต่โชคดีครับ
ตรงนั้นมี ร้านข้าวแกงใต้ เลยจัดขนมจีนมาชุดใหญ่ใส่ ไข่ ด้วย 25 บาท

ตรงนี้หละครับคือการเดินทางของจริง ซึ่งเราติดต่อ กับทางที่พักไว้ ก็สอบถามว่าไป ยังไง
พี่เค้าก็บอกว่า ให้นั่งรถรับจ้างไปที่ ท่าเรือ ทุ่งริ้น เรือออกประมาณ เที่ยง แล้วก็ให้เบอร์


เพลงบนรถ บังนี้ บอกเลยว่า โดนใจสุดๆ เพราะ บังแก เปิดเพลง ลูกทุ่ง บนรถพวง ข้าง
ที่แต่งเครื่องเสียงมา อย่างดีประมาณ 30 นาทีได้ครับ
เราก็มาถึง ท่าเรือ ทุ่งริ้น ค่ารถ 50 บาท

ด้านในมีเรือ จอดอยู่ครับ บอกเค้าเลยครับว่า ไป บากันใหญ่ เรือมีแค่รอบเดียวนะครับ “คือตอน เที่ยง 
บรรยากาศ ที่ท่าเรือ เป็นกันเองมากๆครับ อ้ายน้อง จาไป หน้ายยยย  (ภาษาใต้)
ไปบากันใหญ่ พี่ๆ เค้าก็ ช่วยเรายกของลงเรือ รอแปป นึง พี่ๆเค้าก็ขน พวก อาหาร
น่าจะไปส่งตามที่เกาะต่างๆ หละครับ

ถ้าพร้อมแล้วก็ขึ้นเรือ ออก เรือได้
เป็นเรือ โดยสารที่ชาวบ้าน ใช้เดินทางกัน จริงๆนี้หละคัรบ แต่อยากบอกว่า วิวสวยมากๆๆ ครับ
ธรรมชาติของ จังหวัดสตูล ถึงขีดสุดครับ คำขวัญ ของสตูลว่าไงนะ  “สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์”
สั้นๆ แต่เราได้ สัมผัสจริงๆครับ มาดูวิว สองข้างทางบนเรือ กันครับ สวยงามจริง

สักครึ่ง ชั่วโมงได้ครับ เราก็มาถึงที่ บ้านบากันใหญ่แล้วครับ  ค่าเรือ 40 บาท ครับ
ขากลับพี่เค้าบอกว่า น่าจะประมาณ บ่ายโมงจะมารับ ที่นี่จะกลับก็มารอที่นี่นะ
ตรงนี้ เป็นท่าเรือและมีรถมารับเราไป บ้านบากันใหญ่ครับเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายครับ

มาถึง ทุกคนที่นี่ มาต้อนรับเรา แบบว่าอารมณ์ มารับกันทั้งหมู่บ้าน แบบว่ามากันเยอะมาก
เด็ก ๆ ที่ผ่านมาก็ สวัสดี ค่ะ สวัสดีครับ คือไม่ใช่อะไร  เราเขิน 5555
แล้วประเด็นคือมาคนเดียว แล้วต้อน รับแบบนี้ ใครจะไม่เขินหละ
แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยครับ พี่เค้าก็ชวน กินข้าวยัง กินข้าวก่อนเลย
กะปง กระเป๋า ยังไม่ได้เก็บยังไม่ได้เก็บเลยครับ  เอาหละกินข้าวกันก่อน

กิจกรรมแรกก็เหนื่อยแล้วซึ่งจัดเตรียมและตกแต่งไว้ให้เราอย่างดีครับ
แต่เรากำลังจะหยิบเข้าปาก บังอดุลย์​  ถามว่าไปนี้ก่อนไม่อยากให้พลาด
เพราะมีแค่รอบเดียว เดี๋ยวจะไม่ทันตรงนี้ เป็น Unseen ของ เลยนะอะไรมันจะ Unseen ไปกว่า
อาหาร ที่อยู่ตรงหน้าเราแบบนี้อีกหรือ อยากกิน ปู T Tแต่เอาเถอะ เราไป กับบัง ก็ได้

โอ้วววววววววววว เอาจริงๆ เราก็ไปทะเลมาเยอะละนะ
ยังไม่เคยเห็นทะเล แหวกแบบนี้เลย ที่ไม่ใช่ สีขาวๆ เหมือน ทะเลที่อื่น
ที่นี่คือสันหลังมังกรแดง ที่เป็นทะเลแหวกอยู่ตรงนี้หละครับ
เป็น Unseen ของบากันใหญ่ บังก็บอกว่า มีแค่ 2 ที่ในประเทศไทยเลยนะ
เราจะเห็นได้แค่ 2 ช่วงเวลา คือ น้ำขึ้นกับน้ำลง ที่แหวกและทอดยาวไปกลางทะเล
6-7 ร้อย เมตร นู้นนน และครับ

ธรรมชาติจริงๆ ครับ แม้แดด จะเปรี้ยงๆ แต่ก็ไม่กลัวครับ
เพราะไม่รู้ว่าจะได้เห็นวิว แบบนี้อีกที่ไหนบนโลกได้อีก ไม่ได้อวยพูดจริงๆ 555

มียาย มาหาหอยด้วยหละ ด้วยวิธีการหาหอยแบบดั้งเดิมสุดๆครับ
คือการเอาไม้แหลมๆ หรือที่เค้าเรียกว่า ปาโต๊ะ ผมสะกดถูกไหม
แงะหอยจากหินนี้หละครับ สดกว่านี้ไม่มีอีกแล้วครับ แต่ก็กว่าจะได้
เป็นโล ก็แลกมาด้วยเหงื่อ แต่โล หนึ่งก็หลายร้อยบ้านนะครับ ทำเป็นเล่นไป
ว่าแต่ ลืมถาม ว่าคือหอย อะไร 555 ยายถามว่า ลองกินไหม สดนะ แต่ผมว่ามันสดไปนะ

เอาหละ กลับมาที่ปู ได้กินสักที ฮ่าๆๆ ปูม้า ที่นี่สดมากๆ ครับ ไม่สดได้ไง
ก็ทะเล อยู่ข้างบ้านแบบนี้ไม่สดก็บ้าแล้วหละครับ ปลาทอด ก็อร่อย แกงไตปลา
อร่อย หู หร่อยแรง<<<ภาษาใต้ ใช่ไหม

พี่เค้าก็พาไป เรือ บ้านนอน ครับ
นอนได้ทุกห้องเลยนะ วันนี้ไม่แขก เลือกตามสบายเลย เราก็ได้ เล็งไว้หละ
จะนอน บ้านหลังนี้แน่นอน แต่เป็นบ้าน หลังเดียวเดียวดายที่อยู่กลางทะเล
ยังกับโรงแรม 5 ดาว ที่มัลดีฟส์ แบบกลางทะเล แต่ตอนนี้ น้ำยังไม่ขึ้น 555

ภายในห้อง กว้างดีครับ มีไฟฟ้า และพัดลม ให้ 1 ตัว ครับ กลางคืนอากาศดีแน่ๆ ครับ
แต่ก็เก็บเข้าเก็บของเสร็จ พี่เค้าบอกว่าจะพาเดินไปดูปะการัง
เดี่ยว!!!!! นะครับ เดินไป ดูปะการัง ไม่ใช่ ต้องไปดำน้ำหรอ งง

ก็เดินตามพี่เค้าไป พี่เค้าเป็นไกด์ ให้เราวันนี้ ครับ อธิบาย เรื่องราวทุกอย่างให้เราฟังด้วยหละ
ว่าแต่ จะเดินไป ดูปะการัง จริงๆ สิครับมันมีด้วยหรอ

ตรงนี้คือ สวนต้นโกงกางครับเราสามารถปลูกได้ด้วยหละ ครับ
คือการ เก็บฝัก แล้วก็เอามาปัก กันได้เลยครับ 20-30 ปี มันก็จะโต
พี่เค้าบอกว่า เมื่อก่อนสัก 10-20 ปี บ้านพวกพี่ อยู่นู้น กลางทะเล
แต่ทะเล มันก็กันกิน ไปเรื่อยๆ จนต้องถอยไปเรื่อยจนห่างทะเลมากขึ้น
ถ้าเราไม่ปลูก 10-20 ปี เราก็จะยิ่งห่าง ทะเลเข้าไปอีก
ยิ่งเราอยู่กับทะเล เรายิ่งต้องดูแล ทะเลเป็นพิเศษ ทะเลก็เหมือนบ้าน นั้นหละ พี่เค้าบอกมา

พี่เค้าบอกว่า นี่ ก็เป็น Unseen อีกที่ขอบ้านบากันใหญ่ คือ อุโมงค์ ต้นลำพูเล ใหญ่มากครับ

เดินต่อไปครับพี่เค้าก็บอกว่า ระวัง เหยียบ ปลาดาว นะที่นี้ ยิ่ง งง เค้าไปใหญ่
มีทั้งปะการัง มีทั้ง ปลาดาว ไหน หละปลาดาว

เออเว้ย มีจริงๆ ที่นี่ ชาวบ้านแถวนี้เรียกว่า วังปลาดาว 

เค้าเดินเข้าออก ในซอยทุกวัน เพื่อนฝูงทุกคนต่างรักใคร่เค้า
อะไรหว่ะ … พี่ปู ก็มา เล่นเองด้วย 555

นี้คือ ปูไม้ขีด มันจุดไฟได้หรอ
อ่อไม่ใช่ ครับ เสียงตอนก้านมันหนีบกันเหมือนเสียงจุดไม้ขีดครับ น่ารักดี
แต่ถ้าหนีบนะก็รู้เรื่อง 5555

น้ำที่นี่ใส มากๆ เลยหละครับ

เอาหละครับ ตอนนี้ เรามาถึง ที่ดูปะการัง กันแล้ว
เดินระวังเหยียบ หน่อยนะ เพราะมันเยอะมากๆ
เมือก่อน มีเยอะกว่านี้ อีก พี่เค้าบอกว่า ชาวบ้าน ก็ไม่รู้มันคืออะไร
ได้แต่หาปลา จนเดินเหยียบ ตายกันไป เยอะ ทุกวันนี้ เราทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ให้ความรู้แก่ชาวบ้าน แล้วก็อนุรักษ์ กัน เพราะกว่ามันจะโต 20-30 ปี นู้นหละ

ใครมาทิ้งเปลือก ส้มโอหว่ะ นี้
อ่อไม่ใช่ นั้น คือปะการัง ฟองน้ำสีเขียว

ที่แปลกไป กว่า พี่เค้าบอกว่า มี ปลานีโม่ด้วย
ตายหละ เราดำน้ำมาหลายจุดยังไม่เคยเจอ
นี้จะมาเดินดูปลานีโม่แบบนี้อะนะ บ้าจริงๆ

555555555 เห้ยๆ มันมีอยู่จริง
พี่เค้าถามว่า อยากไป ดูพระอาทิตย์ ตกที่ไหนที่นี่หรือที่ห้องพัก
เราก็บอกว่า ไป ดูที่ห้องพักดีกว่า อยากเห็นบรรยกาศตอนเย็น น่าจะสวย

นี้หละครับ ธรรมชาติ จริงๆ ที่นี่ ราคาค่อนข้างสูงครับ ถามว่าทำไมถึงราคาสูง
ถ้าเกิดราคาถูก ทุกคนจะ แห่กันมาจนไม่เหลือธรรมชาติเลย แต่ที่ราคาสูง
เราก็เอามา ทำหมู่บ้านพัฒนา จ่ายค่าแรง ไกด์ ค่าแรงแม่ครัว ค่าแรงคนงาน
ไหนจะต้องซ่อมแซมบ้านพัก เรือนพักอีก ตอนเช้าเราไปหาปู
หาปลาสดๆ มาทำอาหาร ให้นักท่องเที่ยว ทุกวัน
ก็นี่หละ คือบากันใหญ่ โฮมสเตย์ สตูล
ที่เราได้มาสัมผัส1วันเต็มๆถ้าสนใจ ลองไปนอนติดเกาะดู สัก 2 -3 คืน
บากันใหญ่ โฮมสเตย์ สตูล ราคารวมแพ็กเกจ 2500 บาท
บ้านพัก พร้อมอาหาร 3 มื้อ เรือรับส่ง เรือนำเที่ยวเกาะต่างๆ

วันนี้จบวันด้วยการกินปู และ ปลา ครับ และเมนูยำ ปลากระป๋อง สุดเด็ดครับ

ดาวที่นี่ สวยสุดเลยหละครับ

เช้านี้ เตรียมเดินทางกลับครับ มีอาหาร ให้อีก 1 มื้อ คือ ไก่ทอด แล้วก็กาแฟ ครับ
กิจกรรม ยังไม่หมด ยังมีการพายเรือ คายัก ด้วยครับ หิว ลงทะเลได้เลยครับ
แต่เราว่า บรรยากาศที่เรียบง่าย ตอนเช้าๆ ที่นี่ ดีเหมือนกันครับ

ขอบคุณ สำหรับความรู้สึกดีๆครับ
ก็พี่ๆน้าๆ เค้าบอกว่า อยากให้แค่มาเยี่ยม
แล้วให้ได้ ความรู้สึก กลับไปมากว่า แค่มาเที่ยวเฉยๆ

แต่การเดินทาง เรายังไม่สิ้นสุดครับ เราต้องเดินทางไป ยังเกาะที่เค้าบอกว่า ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด
ก็คือเกาะหลีเป๊ะครับ ว่าแต่ จะไปยังไงหละ พี่ที่นี่ ก็บอกว่าต้องออกไปรอรถส้มๆ
ที่หน้าปากซอย ที่เข้ามานั้นหละ แต่ไม่รู้ว่ารถจะมากี่โมงนะ พี่เค้าก็แนะนำว่า เหมา บังใบไปสิ
แกบริการดี ราคาไม่แพง พี่เค้าก็ ติดต่อคุยราคาให้ พี่เค้าก็ถามว่า 200 ไปไหม
บอกทันทีว่าไปคุ้มอะ บอกเลย เพราะจากทุ่งลิ้นไปปากบารา ใกล้พอสมควร ครับ
ถ้านั่งรถประจำทาง ไป ประมาณ 60-70 บาท เหมาไปเลยหละกันน่าจะถึงไว
เพื่อทันรอบเรือ ตอนบ่าย ด้วยไปกันครับ

ตอนนี้ เราพาทุกๆท่านมาถึง ท่าเรือ ปากบาราแล้วครับ เพื่อที่จะข้าม น้ำ ข้ามทะเล
ไปยังเกาะที่เค้าบอกว่า ถ้ามานี้ห้ามพลาด แล้วเราจะพลาดได้ยังไง ที่พัก ยังไม่ได้จอง
เรือ ยังไม่ได้ book ตั๋ว เอาหละ มาด้นสด กันตรงนี้ พร้อมๆ กันครับ
เราเดินเข้าท่าเรือ ด้วยหน้าตามึนๆ พี่ครับ มีเรือไป หลีเป๊ะไหมครับ มีน้องออก บ่าย 2 นี้หละ
ไป – กลับ 1200 บาท ด้วยอากาศมันร้อน และขี้เกียจเดินหา ไม่รู้ว่ามี ถูกกว่านี้อีกไหม
เราซื้อของ Ploy Siam Speed Boat มา นี้หละ แล้วเราก็ขึ้นเรือ

เราโดนบังคับให้เสือ ชูชีพ ทุกๆ คน แล้วเรือ ก็วิ่งไปด้วยความเร็วสูง
คลื่นนี้ซัด เป็น ระยะๆ เสียงดัง ซูม ซ่า ซูม เรือยก จากระดับพื้น น้ำไม่เห็น แต่รู้สึก
ว่าไส้มัน หวิวๆ ทับจะอ้วก แต่เด็กมันหัวเราะเว้ย นี่ก็ งง คุณขำไร หว่ะ ผมนี้จะอ้วก
ทรมาร มาประมาร 1ชั่วโมง ครึ่ง ด้วย เรือ Speed Boat อะไรมันจะไกล ขนาดนั้นหวะ เล่ามาทั้งหมด เห็นภาพไหม 555
คือที่ต้องเล่าขนาดนี้ หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายไม่ได้ เว้ย 55 เอา จบเรื่องเรือ !!!!

พร่างงงง  ตอนนี้ เรามาถึงเกาะหลีเป๊ะ อย่างสมบูรณ์ เราจะอยู่ที่นี่ 2 คืนด้วยกันเต็มๆ
เรือมาจอดส่งเราที่ หาด Sun Set ว่าแต่ จะนอนไหน หว่ะนี้คืนนี้ ยังไม่มีที่นอน เลยนิ
เราไม่ชอบจองผ่านเน็ตสักเท่าไร เพราะมีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับการจองผ่านเน็ต
คือภาพมันสวยมากในรีวิว เว้ย แต่พอมาจริงๆเอิ่ม!! คือมันไม่ใช่เลยเว้ย
เราก็เลยใช้วิธี ดูผ่านโปรแกรมจองต่างๆ Agoda Booking TravelokaHotellook
ใช่แมร่งหมดนี้หละ แล้วดูว่าที่ไหนวันนั้น มีห้องว่าง ถ้าว่างดูภาพแล้วมันสวย เดินไปจองเองแมร่ง
แล้วรู้อะไรรู้ไหม ราคาถูกกว่าในโปรแกรมอีก 555
และที่นี่เราหามาก็คือ Forra Diving Resort คืนละ 600 บาท
แต่ในโปรแกรม 700 เว้ย งงเหมือนกันแต่ช่างมันเถอะครับ
ที่นี่อยู่หน้า หาดsunrise เลยครับ แบบเดินไปหาแค่ 100 เมตร สบายปรือ ชิวดีครับ
เป้นฟิวแบบกระท่อมแบบนี้เลย แต่มาคนเดียวนี้สิ เห้อ!! ห้องน้ำ Outdoorด้วย

600 บาท ฟิลประมาณ นี้ ถือว่าใช้ได้ครับ

วันแรก ของชิวหน้า หาด sunrise ก่อนแล้วกัน แล้วพรุ้งนี้ ค่อยสำรวจเกาะ
จากการสำรวจ เบียร์ ที่ขวด ละ 70 บาท ครับ
ก็เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ข้าวปลา ยังไม่ทันกิน จัดก่อนเลย

จบวัน ด้วยการ ดูพระอาทิตย์ตก ที่หาด sunrise นี้หละ ครับมันก้สวยดีเหมือนกันนะ

แต่ก็หิวหว่ะ ดึกๆ แบบนี้ กินที่ไหนดีหละ ก็นึกขึ้นได้ ว่าที่นี่ มี ถนนคนเดินนี้หว่า ไปสักหน่อย แล้วกัน

หาไร กินกันเถอะเดินไปเดินร้านนี้หละ หว่ะ

นี่ข้ามน้ำข้ามทะเล มาเพื่อกินข้าวผัดผงกระหรี่ ไก่ จาน ตั้ง 120 บาท จบวัน

เช้าวันที่ 2 ที่เกาะหลีเป๊ะ ของวันที่ 3 ที่ จังหวัดสตูล
เราเริ่มต้นวันด้วย Breakfast ที่ไม่ได้ ฟรี จากทางที่พัก จานนี้โดน ไป 120 ฮ่าๆ กาแฟ ไข่ดาวเบคอน

วันนี้หละ เราจะสำรวจทุกหาด ของเกาะหลีเปะกันครับ
เริ่มต้นด้วยหาดที่อยู่ตรงที่พัก คือ หาด sun rises

เราว่า หาด นี้น่าเล่นน้ำที่สุดแล้วครับ เพราะ หาดขาว น้ำใส แถมมีวิว เกาะอาดังที่อยู่ใกล้ๆ
สวยงามดีคัรบ แต่งานเราวันนี้คือไปทุกหาด ของเกาะหลีเป๊ะ
งั้นเราเดินทางไป หาด Sun Set เลยไหม หาดที่เราตั้งใจจะไป ตั้งแต่แรกไปพักที่นั้น แต่ขี้เกียจ ฮ่าๆๆ

ก็เดินไปเดิน ผมจะเดินต่อไปดีไหมนิ
คือมันผ่านวัดเว้ยแล้วตรงนี้เงียบมากกก
นีคือทางไปหาด Sunset ใช่ไหม ดีนะเมือวาน
เราไม่มานอนที่นี่ ไม่งั้นเดินหลอนแน่ 555
แต่ที่นี่ก็ มีวินนะทำไม คุณไม่นั่งหละ
บอกเลย วินไม่ได้กินเงินหรอก นี่สายเดินหว่ะโทษที แต่ก็เจอวิน
เจ้าเดิมขับผ่านไปผ่านมาส่ง นักท่องเที่ยวอยู่นะ เค้าคงคิดในใจ ช่างเถอะถ้าจะเดิน 5555
คือหาดนี้ไกลๆมากๆ เว้ย

แล้วเราก็มา ถึง 555 อย่างไกลลลลลลลล
แต่หาดนี้ คลื่นแรงมากๆ แถมน้ำยังขึ้นอีก เล่นน้ำยาก หละ

มาดูเบื้อง หลังการถ่ายภาพ กว่าจะได้ แต่หละภาพ 5555

เดินกลับกันเถอะ !!!

เราจะไป หาดพัทยา  หาดนี้เค้าบอกว่า ร้าน ชิคๆคูลๆ เยอะ แต่เราเดินมานี้ ยังไม่เจอ
ผู้คนเลยนิ คนเค้าไปไหน กันหมด นี้ยังกับเกาะร้าง หรือว่ากลางวัน เค้านอน อยู่ในห้องกัน

ที่นี่คือหาดพัทยาครับ ร้านมีอยู่เต็มเลยทั้ง ร้านค้า ร้านข้าว ไหนๆมาละ ขอร้านหรูๆ สักร้านละกัน

ก็ขอกินอาหาร ดีๆ สักอันเถอะ
แต่เกลียดอย่าง อะไรรู้ไหม คือเมนูเป็นภาษาอังกฤษหมดเลยเว้ย คืออ่านไม่ออก
ก็เลยสั่งมั่วๆ มาอัน 1 ทำเซียนเหมือนเรียนมาพี่ครับเอาอันนี้หละ 555

แล้วหน้าตามันก็ ได้มาประมาณนี้
คืออาหาร แม็กซิโก ทำรู้สึกคิดถึงข้าวไข่เจียวร้อนๆ กะเพราหมูสับ เผ็ดๆ ก็ไม่รู้
โดนไป 200ไง ร้านนี้ชือร้าน The Steak House วิวสวยดีครับ ลองมากินดู อร่อยครับ
แต่ราคาก็ ตามวิวและ บรรยากาศ 555

กลับมาที่หาด sun rise ครับ หาดนี้ เหมาะ แก่การเล่นน้ำสุด

เรื่อง ผับ บาร์ นี้อย่าให้ ขาดครับ ที่ ถนนคน เดิน หรือ walk street บนเกาะหลีเป๊ะนี้หละครับ
มีกิจกรรม ให้ทำ หรือให้เมา เพียบครับ คืนนี้ หาร้านชิวๆ นั่งดื่มนั่ง ดิงค์ กันดีกว่าครับ

มี 7-11 เราก็ จัดเบียร์ สักขวด เดินเผาหัว กันสักหน่อย เวลาไป ร้านจะได้ ไม่กินเยอะ
มันเปลืองเงิน 555

ภาพตัดครับ จากนั้นจำอะไรไม่ได้เลย
แต่จากนี้เดินไปที่พักไกลและเปลี่ยวพอสมควรครับ

เช้าวันที่ 3 ที่เกาะหลี ของวันที่ 4 ของการเดินทาง วันนี้ เราเดินทางกลับ บ้านกันครับ

ตื่นเช้ามา มึนๆ ตึ่งๆ ยังไง ก็ไม่รู้ครับ เดินหาของกิน เจอร้านถูก เป็น ก๋วยจั๊บ 50 บาท
กินอะไร ร้อน พอหายมึนได้อยู่ มึนๆ ไปนั่งเรือ มีหวัง อ้วกแตกกันแน่ครับ ฮ่าๆ
เราก็นั่งเรือ ขึ้นที่เดิม เพราะมี จุด Check in อยู่ เรือ กลับประมาณ 11 โมงครับ

แล้วเราก็ นั่ง เรือ กลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง ครึ่ง เหมือนเดิมครับ ฮ่าๆๆ
มาถึงฝั่งเราก็ หารถกลับ ละงู จุดขึ้นรถ บขส กลับ กรุงเทพของเราครับ ว่าแต่หิวมากๆ

เราก็นั่ง 2 แถวคันสีแดงมานี้หละครับ ราคา 25 บาท ประมาณ ครึ่งชั่วโมงได้ครับ
บอกเค้าว่าลง อนุบาล ละงู ครับ

มีร้านกาแฟ อยู่ข้างก็ จัดอะไร มากิน ระหว่างรอรถมาครับ รถมาประมาณ 4 โมงเย็นได้ครับ
รถ บขส คันเดิม วิ่งแค่รอบเดียวนะครับ

ตรงนี้หละครับ รอรถได้ หรือใครที่ยังไม่ได้ Book ตั๋ว ก็ สามารถ ซื้อได้ที่นี้หละครับ

เจอกันทริปหน้า ไม่กี่บาท จะไป ไหน ติดตามกันด้วยนะครับ
ถ้าอยากเที่ยวก็ออกมา ไม่กี่บาท หรอกครับ

ขอบคุณ ไม่กี่บาท