Shares
  • 91
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    91
    Shares

ก่อนจะหมดหน้าฝน
เพียงแค่ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าในทุกๆ วันที่มีแต่เธอยังเดำพะาำย สะ ง  ฟังไม่ทัน
เดี่ยวนั้นมันเพลง “ก่อนฤดูฝน” ไม่ใช่ หรอ แต่ครั้งนี้เราจะไป เพื่อสัมผัสปลายฝน
แต่เราก็บอกว่าที่บ้านว่าจะไป ขึ้นดอย ที่แม่ฮ่องสอน แล้วก็โดนด่าไปหลายชุด
ว่าหน้าฝนใครเค้าเดินป่าขึ้นดอย กัน ไอ้คำว่า “หน้าฝนใครเค้าจะเดินกันนี้หละ”
มันทำให้เรายิ่งอยากไป มันไม่มีใครบ้ากันมาเดินมากมายหรอก คนน้อยแน่ๆ
แล้วก็จริงครับ วันนั้น บนดอยมีแค่ 4 คนทั้งภูเขาหรือทั้งดอย
มีผม กับ เพื่อน แล้ว ไกด์ชาวบ้านที่พาเราขึ้นไปที่ดอยลูกนั้น ที่มี สมญานาม ว่า…สูงที่สุดในแม่ฮ่องสอน
กับดอยที่มีชื่อ ว่า ดอยปุยหลวง ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงเป็นเรื่องเล่าของเราในตอนนี้
5 วันกับความเหนื่อยล้า มันมาพร้อมเรื่องราวมากมาย …

ดอยปุยหลวง

เราเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้จากที่ ขนส่งกรุงเทพ หรือหมอชิต นี้หละครับ
ตอนนั้น ตั๋ว เต็มเกือบทุกที่ รถไป แม่ฮ่องสอนตรงๆ ก็หมด แถมหารถไปเชียงใหม่
ก็ไม่ค่อยจะมี มีก็เวลาไม่ค่อยจะดี จนมาตั๋วรอบ 4 ทุ่มไป เชียงใหม่ เอาหละได้ตั๋วหละ
4 ทุ่มเดินทาง เค้าบอกว่า รถเสริม จะมาช้าหน่อยนะค่ะ เราก็โอเค ดีกว่าไม่ได้ไป คงไม่เกิน ชั่วโมงหรอกมั้ง

แต่แล้ว เที่ยงคืนแล้ว รถก็ยังไม่มา เราได้คำตอบแค่ว่า รถกำลังมา

ตี 1 จร้าาาา  ช่างเถอะ ลาละจร้ากรุงเทพ

หลับๆ ตื่นๆ มาถึงไหนก็ไม่รู้ นี้ บ่ายโมงกว่า รถยังไม่ถึง ปลายทางของเราเลยครับ

เวลคัม ทู เชียงใหม่ จร้าาาาา ถึงกันสักที ตอนนี้ ปาเข้าไป บ่าย 2 จะบ่าย 3ละ
เรารีบตรงดิ่งไป ซื้อตั๋วเลยครับ …
พี่ครับ ไป แม่ฮ่องสอน มีรอบกี่โมงบ้างครับ


มี รอบ 2 ทุ่ม กับ 3 ทุ่ม ใช้เวลาเดินทางไป ประมาณ 8 ชั่วโมง เอิ่มมม !!!!
เราจึงออกมาตั้งสติแปป ออกมาด่ารถทัวร์ไป 1 ที

จะไปแม่ฮ่องสอน ทำมะเขืออะไร
ถึงนู้น คงตี2 ตี3 และมั้ง ไปแล้วจะไปนอนไหนทำอะไร ยังไง งง ไปหมด
ตั้งสติได้ งั้นเราไป ปายก่อนไหม พรุ้งนี้ เช้าก็ขึ้นแม่ฮ่องสอน เลย แต่เช้าน่าจะดีกว่า
ที่ ปาย คงจะมีอะไรทำบ้าง ไม่ก็เดินชิวๆ ที่ถนนคนเดินยังดีซะกว่า
พี่ครับ ไป ปายก็ได้ ครับ

เอาหละครับ เราได้ตั๋วและ หาไรกินดีกว่า รถทัวร์ ทั้งคืน พี่แก เล่นไม่จอด แวะกินข้าวกันเลยครับ
หิว….  จัดข้าวขาหมูร้านป้า แถวๆ ขนส่งอาเขต ไป 1 จานกับเพื่อน รอดตายไป 1 วัน

4 โมง รถออกได้เวลาเดินทางกันแล้วหละครับ ไปครับ เดินทางกัน
ไป ปาย กันดีฟ่า….

เราคงไม่ต้องพูดเรื่องโค้งนะ ว่าผ่านกันกี่โค้ง จะอ้วกไม่อ้วก
ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า บนรถ2แถว ของเปรมประชา ในราคา 80 บาท
จากเชียงใหม่ เราก็มาถึงปายแล้วครับ ตอนนี้ ก็ปา เข้าไป ทุ่มกว่า
เรารีบไป บ้านพัก แล้วมาเดินถนนคนเดินดีกว่า เหมือนวันนี้ คนจะเยอะด้วย หละ

ด้วยการ เช่ารถ แถว จุดจอดรถปายเลยครับ เมื่อ ก่อนที่เรามาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ร้านเช่ารถยังมี แค่ 2-3 ร้านเอง นี่มีเป็น 10 เลยครับ แต่เราก็เลือกร้านที่เราเคยเช่า
ร้านนี้หละ 200 บาท ต่อ1วัน จริงๆ ว่าจะเดินเข้าไปบ้านหละ แต่ขี้เกียจแล้วไม่ไหว
เช่ารถดีกว่า พรุ่งนี้ รถออก 8 โมงครึ่ง เราจองรถตู้กันไว้ เลยครับ กันพลาด
พรุ่งนี้แต่เช้าเราเดินทางไป แม่ฮ่องสอนกันครับ วันนี้ นอนสบายๆ ที่ปายกันก่อน

บ้าน กะทิสด บ้านที่คุ้นเคยและอบอุ่น อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
แต่เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น ยังคงเหมือนเดิม นั้นคือ มิตรภาพของที่นี่ ..ไม่เคยจางหายจริง

กับบ้านพัก ราคา แค่หลักร้อยต้นๆ  300 – 600 ที่นี่ บ้านพักกะทิสด ครับ
เอาหละ เก็บเข้าเก็บของ แล้วไปท่องราตรีกันดีกว่าครับ
เราแว็นไป ถนนคนเดินกันครับ

บรรยากาศ ยังคงคึกครื้นคึกคัก เหมือนเดิมครับ ที่เต็มไป ด้วยของกิน ตรึม
นี่หละครับ คือ เสน่ห์ ของเมืองปาย อาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ความรู้สึกคงยังอยู่
ที่นี่… เมือง ปาย จังหวัด แม่ฮ่องสอน

นี่เราต้องจากที่นอนอันแสนสบาย อากาศดีๆ เบียร์เย็นๆ  กันแล้วจริงๆหรอ
ไม่เป็นไรครับ เพื่อเรื่องราวที่เป็นประสบการณ์ และจะมาเล่าให้ฟัง เราจริงต้องไปต่อครับ
(ก๊มรึอ ซื้อตั๋วไปแล้วนิ 5555)  150 บาท เอง ทิ้งได้ไหมแล้วนอนต่อ

เอาหละครับตามเวลาเวลาที่ ซื้อไว้ คือ 8 โมงครึ่ง เราต้องเดินทางไป แม่ฮ่องสอนกัน

ผ่านโค้ง อีกแล้ว ฮืออออออ เมื่อคืนก็หนักด้วย แทบจะอ้วก 5555
เราใช้ เวลาเกือบประมาณ 4 ชั่วโมงจาก ปาย มาถึง ขนส่งแม่ฮ่องสอนครับ

เอาหละพร้อม ยัง !!!!  เราจะเดินทางสู่ยอดดอยปุยหลวง สูงที่สุดในแม่ฮ่องสอนกันจริงๆ แล้วนะ
ถามว่าพร้อมไหม ต้องพร้อมหละ มาถึงนี้จะกลับกันได้ยังไง
แล้วถามว่าจะไปยังไง ต่อจากนี้หละ รถประจำทางไม่ผ่านหรอก
เอาอย่างนี้ จะเล่าให้ฟัง สัก 8 -9 บรรทัด และกัน

คือก่อนจะมาที่นี่ จริงๆ เราอยากกลับมาจังหวัด แม่ฮ่องสอน นี้หละ ว่าจะกลับมาเมืองปายด้วย
แล้วก็หา สถานที่ แบบ ท้องถิ่นๆ อยุ่กับชาวเขา หรือ กางเต็นท์ นอน อะไรกันก็ได้
ค้นไปค้นมา มาเจอที่นี่และ ดอยปุยหลวง เค้าบอกว่า ที่นี่ มีหมุ่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่า บ้านห้วยฮี้
แต่ถามว่า เดินทางไปยังไง รถประจำทาง ไม่มีแน่นอน เค้าว่า ทางมันโหด ส่วนมากก็ มอเตอร์ไซค์วิบาก
ไม่ก็ ออฟโร้ด กันเลยทีเดียว  จะโบก คงเป็นไปได้ยาก  เราก็เลย โทรไปหา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอนเลยครับ สวัสดีคุณ ประย…… เดี่ยวๆ ไม่ใช่ เดี่ยว กท บิน
ก็โทรไป ถามเค้านั้น และครับ ผมจะเดินทางไป ที่บ้านห้วยฮี้ได้ยังไง แล้ว เดินทางไปดอยปุยหลวงยังไง
ได้เรื่องว่า เค้าบอกว่า .. ไปให้ถึง ขนส่งแม่ฮ่องสอน แล้วให้คนในหมู่บ้านมารับ เอาเบอร์นี้ไป
096-802-3250 พี่โยธิน คนในหมู่บ้านจะรับน้องเอง
เราก็ติดต่อ พี่แก ไปนั้นหละ ว่าวันนี้ จะไปนะ ถึงประมาณกี่โมง อะไรยังไง นัดกันเรียบร้อยอย่างดี
สุดท้ายเมื่อวาน รถจากกรุงเทพมาช้าไง ไปแม่ฮ่องสอนไม่ทัน เราจึงต้องมาวันนี้ แทน
เมื่อวานผมนี้ สงสารพี่เค้าเลยครับ เค้าบอกว่าต้องขับรถจากดอยลงมารับ ข้างบนก็ไม่มีสัญญาณ ติดต่อไม่ค่อยได้
ต้องรอพี่เค้าลงมาในเมืองหรือ จุดที่มี สัญญาณ ถึงติดต่อได้ เป็นไปได้ ส่งข้อความไป แล้วให้พี่เค้าโทรกลับ

โอเคเริ่มเดินทางกันดีกว่า นี้ เป็นเวลา เที่ยงครับ รอพี่เค้ามารับแปป นึงแล้วเดินทางกันครับ

ทางค่อนข้างชิวและวิว สวยมากๆ ถนนดีมากไหนบอกว่าโหด ทางดีจะตาย ปัดโธ่เอ้ย !!
แต่ก้ชิวได้แปป เดียวเท่านั้นหละครับ หมดถนน นี้บันเทิง เลยครับ

เดี่ยวขึ้นเขาเดียวลงเนิน ผมนี้เกรงหน้าสั่นเลย แอบเสียว บางช่วงบางจุด
เพราะมองลงไปนี้เหวชัด เลยครับ แต่ด้วยความ เชียวชาญชำนาญการ อย่างพวกพี่ๆเค้า
เราก็มาถึงกันจนได้อย่างปลอดภัยครับ  …  ที่นี่..  บ้านห้วยฮี้


ใช้เวลาเดินทางจาก ขนส่งแม่ฮ่องสอน ประมาณ เกือบๆ 2ชั่วโมงได้ครับ
พี่เค้าบอกว่า ระยะ ทางประมาณ 30-40 กิโลเมตร ได้มั้ง มาถึงครับ
เห้อ !!  ถึงกันสักทีแล้วไง ต่อหละ จะทำอะไร จะไปไหน ไม่มีแผนไม่แพน อะไรใดๆทั้งสิ้นเลยครับ

พี่โยธิน คนที่รับเรามา เค้าบอกว่าไม่ต้องรีบครับ เรื่อยๆ นั่งกินกาแฟ ก่อนก็ได้ สบายๆ เรื่อยๆ
เราได้กาแฟ สดมา 1 แก้ว สดแค่ไหน หรอ สดแบบนี้

สดแบบว่า เด้ด เมล็ดกันหลังบ้านแล้วเอามาคั่ว กันเลยครับ ที่นี่ เค้าปลูกกาแฟ
ตอนแรก ไอ้เราก็นึกว่าต้น พริก 555  แล้ว ละ 30 บาท สดจริงๆ ครับ

เอาอย่างนี้ กินไปมา เราก็ได้ แผนครับว่า วันนี้เราจะขึ้นดอยปุย กันเลย แล้วพรุ่งนี้ สายๆ
ก็ลงมาเที่ยวในหมู่บ้านกันว่ามีอะไรทำบ้าง งั้น เราเก็บข้าว จัดของ อะไรไม่จำเป็นเราไว้ที่นี่
ที่บ้านพี่เค้า ก่อนแล้วกัน  พร้อมด้วย มะม่วง 1 ลูก แต่เอ๊ะนี้มันกล้วยนิ นี้ มะม่วงหรือ กล้วย

จากบ้านห้วยฮี้ หรือ บ้านพี่โยธิน ขับรถมอไซค์ มาสัก 10-15 นาที ก็ถึงทางขึ้น ดอยครับ
นี้มันดอยหรือสวนหลังบ้านนิ ทำไม อะไรจะใกล้ขนาดนี้ ..


เอาหละ พร้อมกันหรือยัง พี่เค้าบอกว่า 3-4 กิโล ก้น่าจะถึง ใช้เวลาไม่น่าเกิน 2 ชั่วโมง ถึงยอด

ทางค่อนข้าง ลื่นและชันบางบางช่วงบางจุดครับ ก้คุยกับพี่เค้าไปเพลินๆ

อีกไกลไหม พี่ กว่าจะถึง พี่เค้าบอก บ้าาาาาาาา  ยังเดินมาไม่ถึง 200 เมตรเลย ปัดโธ่
เรานี้ ร้อง ห่ะ !! เลยหละ 5555 นี้เดินมาไกลมากๆ เลยนะ ยังไม่ถึงครึงทางเลยครับ
T T ลงทันไหมครับ .. ให้ตายเถอะ

ฝนตก ตลอดทางครับ ยิ่งสูงยิ่งเย็น แต่ไม่ถึงกับหนาวครับ ที่เวลาประมาณ 4 โมงกว่าๆนะ
ยังมีหมอกอยู่เลยครับ พี่เค้าบอกว่า ใกล้จะถึงหละ อีกนิดเดียว
นิดเดียวนี้ กิโล แม้ว หรือเปล่าครับ  พี่เค้าบอกว่า  นิดเดียว กะเหรี่ยง หนักกว่าแม้วอีก โถ้ววว

จะประกาศตรงนี้ว่าถึงยอดดอย คงยังไม่ได้ครับ ตรงนี้ เป็นแค่จุดพักแรม
จุดกางเต็นท์เท่านั้นครับ เราต้อง เดินขึ้นไปอีก 200 -300 เมตร เพื่อถึงยอดดอยปุยครับ
แต่พี่เค้าบอกว่าขึ้นไป ก็คงจะไม่เห็นอะไร ไปพรุ่งนี้ตอนเช้าดีกว่า น่าจะเห็นวิวกว่านี้

เอาหละ เรามาถึงจุดพักแรมกันหละ
เกือบ2ชั่วโมง ตามที่พี่เค้าบอกเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกิน
ช่วงนี้ พี่เค้าบอกว่าไม่ค่อยมีคนขึ้นมา เพราะไม่มีใครเค้าบ้า มาป่าหน้าฝนกัน 555
เลยไม่ได้ทำความสะอาด แต่ถ้าเป็นช่วงท่องเที่ยว หน้าหนาว ไรงี้ ที่นี่คนเต็มครับ วันหละ 40-50 คน ยังมี
นี้มันเดินลัดทุ่งขึ้นมาง่ายอะไร ขนาดนั้นหว่ะ 555


กางเต็นท์ สิครับรออะไร เราแบกขึ้นมาเอง
จะบอกว่าแบกขึ้นมาคงไม่ได้ เพราะ พี่เค้าช่วยเราแบกขึ้นมา
เพราะดูจากทรง คงไม่น่าเดินขึ้นมาไหว 555

บรรยากาศ อย่างดี นี้ บอกเลยครับ 3-4 โมงเอง หมอกเต็มมมมม

พี่เค้าบอกว่า เดี่ยวคืนนี้ จุดไฟ ทำไรกินกัน ดีกว่า เดี่ยวลงไปเอาน้ำ ตรงธารน้ำตรงนี้มาหน่อย
เดี่ยวจะจุดไฟให้ …

ก็ระหว่างพี่เค้า จุดไฟ เราได้รับภารกิจ ไป เอาน้ำ
ที่ธารน้ำด้านหลังของดอย มันก็ไม่น่ายากนะ กับไอ้แค่เข้าไปตักน้ำแค่นี้เอง
สบายปรือ …


ใช้ม่ำไพยไสพ ลืน สิ ทางนี้อย่างลืนเลย โอ้ยยยยยยยยยยยยยย

ก็พี่เค้าบอกว่า น้ำที่นี่ กินได้ อาบได้ แล้วก็เย็นมากๆ นี้คือต้นน้ำเลยนะ

เอาหละ ได้เรื่องครับ กิจกรรมที่ชอบที่สุด ก็คือการกินนี่หละ 55555
แน่นอน ครับ บนดอยคงไม่มี 7-11 หรือ แม่ค้าเดินผ่านมา ทุกอย่างเราต้องเตรียมมาเอง
และเมนู ชั้นเลิศ คงไม่พ้นมาม่า นี้หละ 555 และเรามีเครื่องเคียง มาเพียบวันนี้


และค่ำคืนนี้ก็จบลง ท่ามกลาง ธรรมชาติที่เงียบ และเย็นสบายครับ

เช้านี้ คงไม่ได้ ล้างหน้า แปลงฟัน พี่เค้าถามว่า พร้อมยัง ขึ้นยอดดอยกัน

พี่เค้าก็บอกว่า คงจะไม่เห็น วิว อะไรหรอก แต่ก็อาจจะ มีโอกาส นะ
ยังไง ขึ้นไปให้ถึงแล้วกัน เดี่ยวค่อยว่ากัน …


ลมแรงมาก ครับ ถึงขั้นหนาวแล้ว หละครับ หมอกนี้หนามากๆ

หนาวจริงไร จริงครับ …

ถึงกันสักที ครับ กับยอดดอย ที่สูงที่สุดในจังหวัด แม่ฮ่องสอน
กับที่นี่ ดอยปุยหลวง ที่มีความสูงประมาณ 1700 กว่าเมตร จากระดับน้ำทะเล
ขาวโพนไปหมดเลย ไม่เห้นวิว อะไร เลยครับ แต่บอกตามตรงว่าขึ้นมาถึงที่นี่
อยู่ๆ น้ำตามันไหลพรากเลยครับ มันรู้สึกว่า ภูมิใจ และทำได้ ถึงกันสักที อะไรประมาณนี้หละครับ

ส่วนจุดตรงนี้ แอบมี สัญญาณ โทรศัพท์ เฉย เพื่อนผมใช้ ทรู ครับ

ก็ถึงแม้ ว่าที่นี่ จะมองไม่เห็นอะไรเลย
แต่พวกเราก็ทำกันได้ ชนะใจตัวเอง เดินฟันฟ่า มา เพื่อขึ้นมา ที่นี่หละครับ
ยอดดอยปุยหลวง  บันทึกภาพ แช๊ะ

เก็บข้าวเก็บของ แล้วเดินลงดอยกันดีกว่าครับ
เอาหละ ลงไปหมู่บ้านกันเถอะ
ออกจาก ป่าแล้วววววววววววววววววว


ลงไปเที่ยวในหมู่บ้านกันต่อครับ ไปเก็บบรรยากาศ และ ซึมซับ กันสักหน่อย

เราลงมาต่อกันที่หมู่บ้าน ห้วยฮี้ หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ ระหว่างทางดอยปุยหลวงนี้หละครับ

ถามว่านอนยังไงหละ ที่นี่ เค้าเปิด เป็น Home Stay ครับ คืนละ 100 บาทต่อคน
อย่างบอกว่า ธรรมชาติสุดๆ เสียงนกไก่กา พร้อมเสียงไอหมอก วิ่งผ่าน ฟินสุดๆครับ


แต่เราว่าพักเรื่องบ้าน แล้วมาพูดถึงอาหารการกินดีกว่า อันนี้ สำคัญ 555
มื้อเที่ยงจัดไปครับ เต็มที่

อาหารดีๆ มื้อแรกของเราที่ บ้านห้วยฮี้ครับ พวกพี่ๆ ที่บ้านเค้าจัดเตรียมไว้ให้
อาหารแบบนี้ แค่ มื้อละ 70 บาท ต่อคนครับ อยากบอกว่า กินกันไม่เข้าหละครับ
งั้นขอจัดก่อนแล้วค่อย ว่า กัน

พอกินเสร็จ เราก็ขอตัวพักผ่อน กะว่า พอตื่นมาจะไปเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้าน
เก็บภาพกันสักหน่อยดีกว่าครับ

ทางนี้เดินได้ไกลเป็น กิโล เลยครับ วิวสวยมากๆ แถมนานๆ จะมีรถวิ่งผ่านสักคันที สบาย ครับ
นอนกันชิวครับ

อย่างที่เขาบอกนั้นหละครับว่า ยิ่งห่างไกล เรายิ่งใกล้ธรรมชาติ
ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
หรือสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก แต่ที่มากกว่านั้นคือ
ธรรมชาติที่มันมาพร้อมความสุขจนเหลือล้น
ทุกๆ อย่างที่ เรามักหาไม่ค่อยได้จากเมืองศิวิไล
ที่นี่… บ้านห้วยฮี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ฝนเริ่มตกอีกแล้วครับ เราว่าเข้าบ้านแล้วไป อาหาร เย็นกันดีกว่า อิอิ

มื้อนี้ทีเด็ดเลยครับ มีไข่เจียว สบายหละ อยากกินเหลือเกิน

กินไป กินมา ไฟก็ดับลง ครับ เพราะที่นี่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ บางส่วน
ถ้าที่เก็บไฟไว้หมด ไฟฟ้า จะดับลง ถ้าเป็นบ้านเรานะ ดับ 10 กว่านาที ก้บ่นแทบตายแล้วและครับ
แต่ที่นี่เค้าดับทั้งคืนทั้งวัน แต่ความกลับมีความสุขที่อยู่แบบนี้ แค่ตะเกียง แสงไฟเล็กน้อย มันก็สร้างความสุขได้แล้วหละครับ

สรุป ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ สักนิดครับ
เอาและครับ เราเดินทางกลับกันดีกว่า เดี่ยวลงไป บขส แม่ฮ่องสอนก่อน แล้วค่อยว่ากัน 555555 รถขึ้นไม่ได้ เพื่อนผมต้องลงเดิน เลยหละ 55555555

วันที่ 4 ของการเดินทางที่จังหวัด แม่ฮ่องสอนครับ
เราให้พี่ โยธิน ลงมาส่งเรา ที่ บขส แม่สอนตอน 10 โมงครับ
เรากะว่าจะกลับไป ปาย ตามคำนัด ของพี่กะทิ ว่าวันนี้ จะจัดบาร์บีคิว
เราเองก้ไม่รอช้า ครับ บอกตกลง จัดไป ครับพี่แล้วเจอกัน…

แต่เราพี่เค้าบอกว่าให้ลง ปางมะผ้า แล้วกลับไป บ้านด้วยกัน เดี่ยวจะพาไปเที่ยวอีก 1 จุด
พี่เค้า ขับรถกระบะ มารับเราที่ ปางมะผ้าครับ

ที่นี่คือ กิ่วลม อยากบอกว่าวิว ตรงนี้ อย่างสวยเลยครับ แจ่มมาก

ใครหล่อกว่า วัดเอาละกัน 5555

ที่ก็บ่ายโมงกว่าหละ พี่เค้าพาไป กิน รา้นที่เค้าบอกว่า ลาบอร่อยที่สุดในโลก
ไม่รู้อร่อยแค่ไหน พอมาถึง แบตกล้องดันหมดเฉย เพราะบนดอย เราไม่ได้ ชาร์ตแบตกันเลยครับ
แบตก็เลยหมด ไม่ได้ถ่ายภาพ บรรยากาศรอบๆ ร้านมาเลย

แต่วิว ค่อนข้างสวยครับ ข้างๆ เป็นแม่น้ำ และ ทุ่งนา อิ่มแปล้ แล้วเรากลับบ้านกันครับ

กลับมาที่บ้านกะทิสด อีกครั้ง ถึงที่นอน นุ่มๆ ดีๆ อีก รอบ
แต่ก็ไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราเดินทาง ขึ้น ไปดู วิว พระอาทิตย์ตก
ที่เค้าบอกว่า ถ้ามาเมืองปายนี้ห้ามพลาดเด็ด ขาด ก็คือ จุดชมวิว พระธาตุแม่เย็น ครับ


และแน่นอนครับ ค่ำคืนนี้ ปิดฉากด้วย การย่างบาร์บีคิวกันครับ

จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่ไม่ได้มากันง่ายๆ
ต้องผ่านไม่รู้กี่พันโค้ง จะอ้วกไม่อ้วก กว่าจะถึง
แต่เรากลับมีความสุขที่ได้มา แม้หลายคนจะถาม
ว่าหน้าฝน มรือ จะไปเที่ยวอะไรหว่ะ
ขึ้นดอยก็ไม่เห็นวิว ทากก็เยอะแชะเลอะเทอะ
ดอยปุยนี้สูงที่สุดในแม่ฮ่องสอนเลยนะ
ถึงจะไม่เห็นวิว แต่เราก็พิชิตใจได้ตั้ง 1722 เมตร

แต่เชื่อเถอะถ้ามาหน้าฝนแล้วจะรัก ดอยปุยหลวง รักแม่ฮ่องสอน
แล้วยิ่งมาเมืองปายนะ พักบ้านพี่ชายกะทิสด
ยิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่เพราะบรรยากาศที่คุ้นเคย
มีเรื่องราวมากมายที่ยากจะเล่าให้ฟัง
ทริปนี้หมดงบไป4พันนิดๆ รวมตั๋วเครื่องบินขากลับ
แต่ต้องเอาเวลามาทิ้งบนรถเพราะบริษัททัวร์ ที่แม้ง#*@-#%+. ไม่เอาไม่พูดดีกว่า

5 วันที่ผ่านมา ไวเหมือนโกหก อย่างว่าแหละ
ความสุขมักผ่านไปไวเสมอ
แล้ว ความสุขเป็นโรคติดต่อด้วยนะ
ไว้จะกลับมาอีก อย่างแน่นอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เจอกันทริปหน้า จะไป ไหน ติดตามกันด้วยนะครับ
ถ้าอยากเที่ยวก็ออกมา ไม่กี่บาท หรอกครับ

เดินทางไปกับเรานะครับ

ขอบคุณ ไม่กี่บาท


Shares
  • 91
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    91
    Shares