Shares
  • 1.9K
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1.9K
    Shares

จะไปภาคเหนือ….เราคงจะคิดถึงจังหวัดเชียงใหม่ เป็นอันดับต้นๆในสมองใช่ไหมหละ ? และการเดินทางครั้งนี้ของเรา เราก็คิดถึงเชียงใหม่นี้หละ 5555 เพราะเชียงใหม่มันคุ้นเคยดี แต่เราก็ไม่อยากจะเดินทางไปสถานที่คุ้นเคย สักเท่าไร เราก็เลยตัดสินใจ ลองโทรถาม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ของเชียงใหม่

พี่ครับ.. ผมอยากไปเชียงใหม่ แบบเที่ยววิถีชีวิติๆ Localๆ หน่อยพอจะมีที่แนะนำไหมครับ
และพี่เค้าก็แนะนำมาเยอะมากๆๆๆ เราก็เลยเพิ่งรู้ว่าที่เชียงใหม่เนี่ย!! ที่เที่ยวเยอะจริงๆครับ
แต่เราก็ต้องคำนวนการเดินทางให้ดี เพราะเราขับรถไม่เป็น แม้กระทั่งมอเตอร์ไซร์
คำนวนความเป็นไปได้ในการเดินทางแต่ละสถานที่ อยู่นาน จนเอาหว่ะที่นี่หละ เดินทางไม่น่ายาก
และปลายทางทริปนี้ อยู่กันที่  ดอยปู่หมื่นจังหวัด” เชียงใหม่ครับ

ดอยปู่หมื่น ที่นี่มีหมู่บ้านเล็กๆที่เป็นต้นกำเนิดของชนเผาลาหู่ หรือที่เราคุ้นเคยก็คือ มูเซอและอีกทั้งที่นี่ยังได้รับต้นชาพระราชทานต้นแรกของประเทศไทยอีกด้วยหละครับ ที่นี่ยังคงปลูกชาและทำชาแบบสมัยก่อนอยู่ก็คือเก็บชาแล้วก็เอามาคั่วแต่ตากด้วยฝืนการนอนที่นี่เราจะได้กลิ่นชาหอมอบอวลและที่เราบอกว่าดอยสูงอะ สูงแค่ไหนก็..

ดอยปู่หมื่น ตั้งอยู่ในหุบเขาของดอยผ้าห่มปก ดอยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย !!! ดอยปู่หมื่น ก็เลยจะเย็นๆเกือบทั้งปี
และมีหมอกตลอดนั้นหละครับ

ถ้าพร้อมแล้วก็เดินทางกันเลยครับ ทริปนี้เราเดินทางจากกรุงเทพ บินไปเชียงใหม่เลย
เราเลือกบินไฟลท์ดึกครับ คือประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ นี้หละ ปล.ราคาช่วงเวลานี้มันถูกดี 5ร้อยกว่าบาทเอง
แต่สุดท้ายก็ต้องมาเสียค่าห้องพักอยุ่ดีปะหว่ะ
เออ!! ลืมคิดไป 555 สรุปราคาพอกันกับการมาตอนเช้า 555 ช่างมันเถอะไปเชียงใหม่กัน

ทริปนี้เราจะเดินทางไปเชียงใหม่ 3วัน2คืนครับ ถ้าพร้อมแล้วก็เดินทางกันเลยครับ
ก็มาถึงเชียงใหม่ เราก็เสียค่าแท็กซี่เลย จ้า 200 บาทเพื่อที่จะเข้าเมือง
และก็ค่าห้องพักอีก 429 สรุป ค่าเครื่องบิน + ค่าแท็กซี่ + ค่าที่พัก พอกันกับราคามาตอนเช้า พันนิดๆ 5555
และคืนนี้ เรานอนกันที่นี่ครับ U-Me Home Hotel คืนละ 429 นี้หละ

ห้องพักถือว่าโอเคใช้ได้เลยครับ แต่ทำไมเป็นห้องน้ำรวมหละ 555 ช่างเถอะ
เผลอหลับไปแปป เพราะด้วยความเหนื่อยจากการเดินทาง ตื่นมาเกือบตี2 หิวเฉย
ก็กะว่าจะเดินไป 7-11 หาอะไรกินสักหน่อย
ระหว่างที่ปัดๆหน้าจอโทรศัพท์ ปิดเจอร้านหมูกะทะ ที่เหล่าเพื่อนๆไปกินกันในกรุงเทพ
อยากกินเฉย แต่นี่มันตี2แล้วนะ ร้านไหนจะเปิดหว่ะ !!

55555555 อยู่ดีๆ ก็วาร์ปมาร้านหมู่กะทะ ตอนตี2 นี้หละ
เดินเข้าร้านพี่เค้าก็ งง หน่อย ว่ามากิน อะไรตอนนี้ตอนตี2หว่ะ 55555
แถมคือมากินคนเดียวอีก ซึ่งร้านที่เรากินอยู่เนี่ย มีชื่อว่า 4U Buffet อยู่แถวๆ ท่ารถช้างเผือก
ร้านพี่แกปิดตอนประมาณ ตี3ครับ หัวละ 179 ไม่รวมค่าน้ำ สรุปมื้อนี้ ก็โดนไป 219 บาท
สรุปก็ยังงงๆอยู่ว่า รวมๆ มันถูกกว่าตอนเช้าตรงไหนหว่ะ 55555

เช้านี้เราต้องตื่นเช้ากันหน่อยครับ เพื่อที่จะไปท่ารถกันแต่เช้า
เราอยากจะถึงบนดอยก่อนบ่าย เพื่อจะได้ไปถ่ายแสงอาทิตย์ตกที่นั้น

ก็เดินออกมาหน้าปากซอย โบกรถแดง ไป ช้างเผือก 30 บาทตลอดสายครับ สำหรับรถแดง

เราต้องไปต่อรถที่ไป อำเภอฝางครับ เราขึ้นรถกันที่สถานีช้างเผือก
ราคาตั๋ว อยู่ที่ 80 บาท

ซึ่งวิวข้างทาง สวยมากครับ ผ่านดอยหลวงเชียงดาวด้วยครับ
เราก็นั่งกันยาวๆ มาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าครับ มาถึงกันที่ อำเภอฝางแล้วครับ

เราก็ต้องต่อรถไปกันที่ตลาดสดห้วยป่าซาง กันอีกหน่อย เพราะตรงนี้เป็นทางขึ้นดอยปู่หมื่นครับ
จำราคารถเหลืองไม่ได้อะ ลืมจดต้องกราบขออภัยครับ น่าจะ 10-20 บาทนี้หละ ไม่ไกลครับ

จากนั้น เราก็ให้พี่ปะสือ คนพื้นที่และไกด์ท้องถิ่นที่อยู่บนดอยปู่หมื่นมารับเราครับ

จริงๆ เราติดต่อ พี่เจริญ ซึ่งเป็นประธานกลุ่มการท่องเที่ยวดอยปู่หมื่นครับ
ซึ่งพี่เค้าก็แนะนำการเดินทาง และติดต่อประสานคนพื้นที่ให้ครับ
ยังไง ลองติดต่อหรือสอบถามรายละเอียดกับพี่เจริญ ได้เลยครับ
เบอร์โทร : 082-190-5957

ถ้าพร้อมก็ขึ้นดอยกันเลยครับ ค่าบริการรถ รับ-ส่ง ดอยปู่หมื่น – ตลาดห้วยป่าซาง
ราคาอยู่ที่ 500 บาท เป็นมอเตอร์ไซร์นะครับ แต่ถ้ามากันหลายคน ที่นี่ก็มีรถกระบะ รับส่ง
ราคาก็ต้องคุยกับพี่เค้าเอานะครับ

ส่วนทางก็จะประมาณนี้ครับ

เราก็ใช้เวลาเดินทาง จากตลาด มาถึงดอยปู่หมื่นอย่างปลอดภัย
ใช้เวลาประมาณ เกือบๆ ช่วงโมงได้ครับ

เรามาถึงดอยปู่หมื่นกันแล้ว  ก็มีเจ้านี่มาต้อนรับเรากันเต็มเลยครับ

ทำไมน้องมองเราแปลกๆ เผ่นดีกว่า 5555

เราเริ่มกิจกรรมแรกที่ดอยปู่หมื่น นั้นก็คือการเก็บชาครับ
ที่ดอยปู่หมื่นเนี่ย มีอาชีพ เก็บชาเป็นส่วนใหญ่ครับ
เพราะที่นี่ ได้ชาพระราชทาน ต้นแรกของประเทศไทย
พี่ปะสือ เจ้าของบ้านที่เรานอนกันวันนี้ ก็ชวนเราไปเก็บช้า
จากหลังบ้านพี่แก นี่หละครับ  วิวตรงนี้สวยมากๆครับ
น่าจะเป็นไร่ชา ที่วิวดีมากๆ อีกที่นึงเลยหละครับ

ใบชา

ที่นี่ยังคงมีการทำชาแบบดั้งเดิมอยู่ครับ คือเอาชาสดๆ ไปคั่วไฟ
แล้วก็เอามาอบด้วยฟืน ซึ่งตลอดที่เราพักที่บ้านพี่ปะสือ เนี่ย เราจะได้กลิ่นชา
อบอวลไปทั้งบ้านครับ ใครที่ชอบช้า บอกเลยว่าลองมาพักที่บ้านพี่แกเนี่ย หอมฉุยครับ

และที่พักของเราวันนี้ ก็นอนแบบง่ายๆ นี้หละครับ เรานอนกันที่บ้าน พี่ปะสือนี่หละครับ
ไม่มียุงนะ ครับแต่ก็มีแมลงบ้างนิดหน่อย และได้กลิ่นชากันทั้งคืนอะครับ
จริงๆ ที่ดอยปุ่หมื่นก็มี บ้านที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนพักได้หลายจุดครับ
ราคาก็จะอยู่ที่ 150 บาท ต่อคน และอาหารมื้อละ 100 บาทครับ

ที่นี่มีอากาศเย็นเกือบทั้งปีครับ เพราะที่นี่เป็นดอยที่อยู่สูงพอสมควรครับ
สูงที่ว่า..ก็ดอยนี้ตั้งอยู่บนดอยผ้าห่มปก ดอยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากดอยอินทนนท์
ที่เราจะเดินทางขึ้นไปยังยอดเขาพรุ่งนี้ครับ

อยู่ๆ หมอกก็ลงเนี่ย หนาวแค่ไหน ก็ต้องมารู้สึกและสัมผัสด้วยตัวเองครับ
สำหรับที่นี่ก็มีไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์นะครับ

ส่วนวันนี้ พี่ปะสือชวนเราไปกินข้าวหละ
อาหารที่นี่ก็ง่ายๆครับ แต่อร่อย น้ำพริกบอกเลยครับว่าเด็ดมากๆ
อาหารก็มื้อละ 100 บาทครับ

อร่อยๆๆๆ

แม่ครัวของเราครับ ก็ เมียพี่ปะสือ นี่หละครับ บอกเลยครับ แจ่มแมว

คืนนี้เราก็ต้องขอตัวนอนก่อนหละครับ พรุ้งนี้ต้องเดินทางขึ้นดอยกันแต่เช้า
ว่าแต่ ทำไมเองทำหน้าอย่างนั้นหว่ะ เจ้าเหมียว…

เช้าวันนี้เรากำลังเตรียมตัวขึ้นสู่ยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ2ของประเทศไทยครับ
ดอยผ้าห่มปก


เราสามารถเดินจากที่หมู่บ้านดอยปู่หมื่นไปได้เลยครับ
แต่ก็ไกลพอสมควร พี่ปะสือบอกว่าเราขับรถไปที่ทางขึ้นเราก็เดินขี้นแล้วกัน
เพราะถ้าเดินจากหมู่บ้านไปยอดดอยผ้าห่ม ก็มี 6-7 ชั่วโมงอะ ไปกลับก็ 10 ชั่วโมงกว่า 5555
ก็สำหรับ One Day Trip จากดอยปู่หมื่นสู่ ดอยผ้าห่ม มีไกด์ท้องถิ่นนำทาง ก็คือพี่ปะสือนี้หละครับ
ราคาอยู่ที่ 600 บาทพร้อมอาหาร 1 มื้อบนยอดดอยครับ พี่ปะสือก็พาเราซ้อนท้ายขึ้นดอยผ้าห่มปกกันครับ
ถ้าพร้อมแล้ว ปะ เราไปยอดดอยกัน

แต่บอกเลยครับ ว่าถ้านี้โหดเหมือนกัน เพราะเมื่อคืนฝนตกด้วย นี่ก็ยังตกอยู่ตกปรอยๆ
ทำให้ถนนก็เป็นโคลนบ้างครับ บ้างจุดเราก็ต้องลงเดินกัน 5555

ก็เกือบ 1 ชั่วโมงครับ เรามาถึงกันที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกครับ
ที่นี่ก็มีลานกางเต็นท์ และเจ้าหน้าที่อยู่ครับ ก็มีเจ้าถิ่นมารับเรากันหลายตัวเลยครับ

ก็นอกจากพี่ปะสือ ที่เดินนำทางเรา ก็มีเจ้านี้หละครับ ไปกับเราบนยอดดอยวันนี้ด้วย
พร้อมแล้ว ปะครับ !!

ฝนก็ตกลงมาเรื่อยๆครับ แต่ไม่หนักอากาศก็เย็นดีครับ ทางเดินไม่ยากครับ


หมอกเต็มไปหมดเลยครับ


เจ้าตัวนี้ น่ารักครับ มันจะเดินรอเรา ห่างเราเดินช้ามันก็จะหยุดรอ
บ้างบางจังหวะที่เราหยุดถ่ายรูป มันก็จะเดินลงมาตามเราด้วยหละครับ
แกมีชื่อไหมนิ  เราตั้งชื่อให้ พอลล่าหละกัน เป็นตัวเมียครับ

เราเดินมาถึงกันที่จุดที่ 3 ครับ หาญช้างร้อง
ซึ่งเราถามพี่ปะสือว่า ไอ้ใบนี้มันกินได้ไหมพี่
พี่ปะซื้อบอกว่า กินไปก็อาจจะติดคอตาย มันมีหนาม และ คันมากๆ ห้ามโดนมันเลยหละ
แต่เราจับไปแล้ว … 5555
นี้ก็น่าจะเป็นที่มา ของชื่อ หาญช้างร้องครับ

ว่าแต่หมอกเยอะเกินไปนะวันนี้ เราจะเห็นวิวไหมนิ 5555
สงสัยจะไม่ได้เห็นอะไรเลยนอกจากหมอกแบบนี้

เราก็ใช้เวลาเดินจาก ที่ทำการ มาถึงยอดดอยประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งได้ครับ
ก็เล่นเอาเหนื่อยกันพอสมควรครับ !!

เราก็กินข้าวกันบนยอดดอยนี้หละครับ ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่วิวอะไรเลยบนยอดเขา
แต่ฟิวนี้มันก็เจ๋งดีนะ นี่น่าจะเป็นการกินข้าวที่สูงที่สุดในประเทศไทยที่เราเคยกินเลยหละ 555


เป็นพรีเซนเตอร์ น้ำดื่มของดอยปู่หมื่นสักหน่อย 555


แต่บรรยากาศเราว่ามันก็โอนะ
สวัสดี เพื่อนใหม่ เจ้าพอลล่า ใครไปก็ฝากทักทายมันด้วยนะ
ขอบคุณที่เดินทางมากับเรา !!

ที่นี่ มีทากด้วยนะ 5555

เราก็เดินกลับมาที่หมู่บ้าน ดอยปู่หมื่น
เพื่อนที่จะมาเก็บภาพแสงเย็นกันสักหน่อย ดอยปู่หมื่น เป็นหมู่บ้านเล็กๆไม่ใหญ่มากครับ
ที่นี่ เป็นต้นกำเนิดของชนเผ่าลาหู่ด้วยนะ หรือเผ่ามูเซอ ที่เราคุ้นหูกัน


ตรงนี้ก็มีร้านค้าเล็กๆ มีขนมมีเครื่องดื่มครับ ปล. ไม่มีเบียร์นะ 55555

เรากะว่าจะหามุมถ่ายรูป สวยๆ ของหมู่หบ้านดอยปู่หมื่นสักหน่อย

และนี้ก็คือวิวของ ดอยปู่หมื่น ครับ เป็นหมู่บ้านที่สวยมากๆเลยหละครับ

เราได้ชาจากพี่ปะสือ เป็นของที่ระลึกด้วยหละครับ บอกเลยว่าชาที่นี่หอมมากๆ

ก็นี่หละครับ คือเรื่องราว 3วัน2คืน
ไม่วุ่นวายแต่คงไม่สบายเท่าไร  ที่ีนี่..ดอยปู่หมื่น จังหวัดเชียงใหม่

สรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆ 

ค่าแท็กซี่เข้าเมือง 200 บาท
ค่าที่พัก ที่ U-Me Home Hotel 429 บาท
ค่าหมูกะทะ 219 บาท
ค่ารถแดง ไปช้างเผือก 30 บาท
ค่ารถมาฝาง80บาท  ไป-กลับ 160 บาท
ค่ารถพี่ปะสือ รับ-ส่ง 500 บาท
ค่าไกด์นำทาง ขึ้นดอยผ้าห่มปก 600 บาท
ค่าที่พัก 2 คืน 200 บาท
ค่าอาหาร 4 มื้อ 400 บาท
สรุป ค่าใช่จ่ายประมาณ 2,738 โดยประมาณนะครับ 
ยังไม่รวมค่า ค่าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ และค่าตั๋วเครื่องบินมานะครับ
ทริปนี้ รวมๆแล้วพกเงินมาประมาณ 4000 ก็น่าจะพอนะ สำหรับ การมาสัมผัสอะไรแบบนี้
และนี่ คือ ดอยปู่หมื่น หากข้อมูลผิดประการใด เราต้องกราบขออภัยด้วยนะครับ
การเดินทาง ครั้งหน้าจะเป็นที่ไหน เดี่ยวเราจะเล่าให้ฟังอีกนะครับ

ตอนนี้ก็ต้อง ฝากรายการไว้ด้วยนะครับ 
แบบว่า ไปคนเดียว ถ่ายทำคนเดียว พิธีกร ตากล้อง ตัดต่อ อะไรเองคนเดียวหมดเลยครับ
และรายการของเรา ทำกันมาถึง Seasonที่3 ตอนที่3 แล้ว ที่นี่ดอยปู่หมื่น

ลิงค์ Youtube ดอยปู่หมื่น ความสุขบนดอยสูง เชียงใหม่

อย่าให้เรื่องเงินมาเป็นข้ออ้างของการเดินทาง
ถ้าอยากเที่ยวก็ออกมา ไม่กี่บาท หรอกครับ
เดินทางไปกับเรานะครับ

ขอบคุณ ไม่กี่บาท


Shares
  • 1.9K
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1.9K
    Shares