Shares
  • 1.7K
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1.7K
    Shares

สวัสดีครับ พบกับเราอีกครั้ง ทริปนี้เราพาเพื่่อนๆร่วมเดินทางไปกับพวกเรา กับการเที่ยวกับคนแปลกหน้าทั้ง 30 ชีวิต จุดหมายปลายทางของเราคือ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี กับการเดินทางท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน กับการเดินทางโดยรถไฟ เที่ยวโขงเจียม ต่อรถตู้ ด้วยงบเพียง 4,990 บาท ว่าเเล้วขึ้นรถไฟตามเรามาเลยยยยยยย

➡️หัวลำโพงอาจเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายๆคน เเต่ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของเรา…. เรารวมตัวกันที่หัวลำโพงเพื่อออกเดินทาง

เราเดินทางกันด้วยรถด่วนพิเศษอีสานวัฒนา ขบวนที่23 กรุงเทพ-อุบลราชธานี กันในเวลา 20.30น. เราได้สำรองที่นั่งล่วงหน้าไว้60วัน จึงได้เลขที่นั่งติดกัน 1-30 เหมือนเหมาตู้เลย อิอิ เราเดินทางกันโดยรถชั้น2ปรับอากาศ ค่าตั๋ว เตียงบน 881 บาท ,เตียงล่าง 981 บาท ไม่เเพงเลยใช่ไหมละ

ขึ้นมาบนรถไฟเเล้วบอกเลยใหม่มากกกกกก ห้องโดยสารดูดีทีเดียว

➡️บนรถไฟจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเพราะเป็นชุดรถใหม่ CNR ไม่ว่าจะเป็น ปลั๊กไฟ,ไฟอ่านหนังสือที่ปรับได้3ระดับ,จอมอนิเตอร์เเสดงผลการเดินทางของขบวนรถว่าขบวนรถถึงสถานีไหน เสียเวลาไหม ,ห้องน้ำมีคนเข้าไหม,ภูมิอากาศนอกขบวนรถเท่าไหร่ ในขบวนรถเท่าไหร่

พอถึงเวลา 21.30น.พนักงานประจำรถเริ่มปรับจากเบาะนั่งเป็นเตียงนอน อ่อ !! อยากบอกว่าแอร์เย็นมากเลยนะ เเต่ผ้าห่มก็เอาอยู่ ^^

พอราวๆเที่ยงคืนก็เริ่มง่วง คืนนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์

➡️ด้วยความเป็นรถตัวอย่างของการรถไฟไทย รถไฟจึงค่อนข้างตรงเวลามากเลยทีเดียว 06.35น.รถไฟถึงสถานีอุบลราชธานีตรงเวลาเป๊ะ !! เยี่ยมตบมือให้การรถไฟ10ที …. มาอุบลฯทั้งทีก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระทึก เอ้ย เป็นที่ระลึกกัน

เราติดต่อรถตู้ VIP ไว้ล่วงหน้า 3คัน เป็นรถตู้ใหม่ที่สะอาดมาก เราขอเเนะนำเลยถ้าใครจะมาเที่ยวอุบลฯ ติดต่อรถตู้กับพี่ประวิทย์ได้เลยครับที่เบอร์ 0850138576 รับรองไม่ผิดหวัง

➡️ลงรถไฟเเล้ว กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องจริงไหม พี่คนขับรถตู้เรามากินข้าวเช้ากันที่ร้านสามชัย เป็นร้านอาหารที่ทำอาหารได้ว่องไวมากจนเราอึ้งไปเลย อาหารก็เป็นพวกข้าวต้ม ต้มเลือดหมู ชา กาเเฟ เเนวๆนี้

➡️หม่ำๆข้าวเสร็จที่เเรกที่เเวะคือ เเต้นเเต้นนนนน ศาลหลักเมือง เรามาสักการะเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเพื่อการเดินทางที่ราบรื่นตลอดทริป

➡️จุดเเวะที่2เราเเวะถ่ายรูปชิลๆกันที่ อ.เขมราษฏ์ จุดเเลนด์มาร์คของที่นี่คือ ถนนคนเดิน เป็นถนนวัฒนธรรม คล้ายๆที่ อ.เชียงคาน เเต่เรามาเช้าเกินไป เลยอดเดินถนนคนเดินเลย T_T

➡️จุดเเวะจดที่3 จุดไฮไลท์เลยคือ สามพันโบก ใครมาอุบลต้องไม่พลาดที่นี่ครับ เรามากันเดือน ต.ค.น้ำยังไม่ลงมากนัก เราเลยต้องอาศัยเรือในการเที่ยวสามพันโบกกัน โดยเหมาเรือลำละ 500 บาท นั่งได้10คน โดยจะมีไกด์น้อยคอยเเนะนำสถานที่ต่างๆให้เราตลอดทริปล่องเรือครับ

➡️นั่งเรือมาได้สัก10นาทีก็ถึงจุดเเวะจุดเเรกของทริปล่องเรือ จุดๆนี้อยากบอกว่า โครตสวยเลย !! ถ้ามาเห็นด้วยตาตัวเองต้อง ว้าว เเน่นอน เห็นร้อนๆเเบบนี้ลมพัดเย็นสบายเลยละ ถ้ามาเดือนพ.ย-ม.ค นี่รับรอง ฟินกว่านี้เเน่นอน

➡️จุดเเวะจุดต่อไปคือจุดที่ใครๆก็ต้องมาถ่ายรูปตรงจุดนี้ ตรงนี้มีอะไร มีสิ มีหินโดนน้ำเซาะตามกาลเวลาจนเป็นรูปหน้าตัวการ์ตูนมิกกี้เม้าท์ ใกล้ๆกันยังมีสระน้ำมรกตที่เวลาถ่ายรูปมาจะเห็นเเสงสะท้อนของดวงอาทิตย์กระทบกับน้ำจนมองคล้ายเป็นสระมรกต

➡️จุดนี้อีก1จุดที่ไกด์น้อยเเนะนำ เห็นในรูปไม่ได้เดินลงจากด้านบนไปถ่ายรูปได้นะครับ ต้องลงไปด้านล่างเเล้วมุดหินเข้ามาจึงจะได้ภาพออกมาเเบบในรูปครับ ระยะเวลาในการล่องเรือใช้เวลาประมาณ2ชั่วโมงครับ

➡️จุดเเวะที่4 จุดสุดท้ายก่อนเข้าที่พักคือ จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ผาเเต้ม วันที่เรามาเริ่มเข้าหน้าหนาวพระอาทิตย์เลยตกไวประมาณ 17.30น. อ่อ ลืมบอกว่ามีค่าเข้าอุทยานเเห่งชาติผาเเต้มคนละ40 บาท /ค่ารถ4 ล้อคันละ30 บาทด้วยนะ

➡️…คืนนี้เรานอนกันที่โรงเเรมโขงเจียม2 เป็นอีก1โรงเเรมที่เพจเราอยากเเนะนำถ้าใครมาโขงเจียมครับ เป็นโรงเเรมที่ใหม่เเละสะอาดมากกกก แอร์เย็น ที่สำคัญสงบเงียบเหมาะเเก่การมาพักผ่อนมา อยู่ใจกลางโขงเจียมเลยครับ ห่างจากโลตัสเเละเซเว่นเพียง100 เมตรเท่านั้น สามารถติดต่อพี่นงเยาว์เจ้าของโรงเเรมครับคุยง่ายมาก 0864687431 เช้าๆถ้าใครขี้เกียดหาของกินเองทางโรงเเรมมีอาหารเช้าบริการครับ เช่นข้าวต้ม ก๋วยจั๊บณวน ชา กาเเฟ หัวละ 50 บาทครับ

➡️จุดเเวะที่5 เช้าตรู่วันที่2 เราเริ่มทริปกันด้วยการตื่นนอน04.30น (จะเข้าไปไหน) เพื่อมาดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยามกันที่จุดชมวิวผาเเต้ม ที่นี่ตอนเช้าๆอากาศดีมากๆเลยขอบอก คนมากันเยอะพอสมควรเพราะเป็นเเลนด์มาร์คสำคัญของ อ.โขงเจียมกันเลย

➡️จุดเเวะที่6 ใกล้ๆกับผาเเต้ม เรามาเเวะกันที่ @เสาเฉลียง จริงๆจากจุดชมวิวผาเเต้มเดินมาก็ได้นะ ไม่ไกลเลย จุดๆนี้มีเส้นทางให้เดินศึกษาธรรมชาติกันด้วยนะระยะทางรวม4กิโล เเต่พวกเราไม่ได้เดินนะ เเหะๆ

➡️จุดเเวะจุดที่7 @วัดถ้ำปาฏิหารย์ สถานที่มีความเชื่อเรื่องพญานาค เชื่อกันว่าถ้าลงไปในถ้ำเเล้วจะสามารถเดินลอดใต้เเม่น้ำโขงเเล้วทะลุฝั่งลาวได้ เเต่การเข้าชมถ้ำจริงๆจะเดินได้ไม่ไกลมากเพราะว่าจะมีการปิดทางเพื่อให้เที่ยวชมได้ในเขตที่ทางวัดกำหนดไว้ครับ วัดนี้ไม่มีค่าเข้าชมครับ

➡️จุดเเวะจุดที่8 เเท่นเเท้นนนน @น้ำตกเเสงจันทร์ หรือชาวบ้านเรียกกันว่า น้ำตกลงรู อยู่ไม่ไกลจากวัดถ้ำปาฎิหารย์มากครับมขับรถมาสัก40นาทีถ็ถึง จุดนี้จะเน้นถ่ายรูปมากกว่าการเล่นน้ำนะครับ ถ้าอยากเห็นเเสงพระอาทิตย์ส่องลงมากับน้ำเป็นลำเเสงก็ควรมาช่วง11.00 -12.00 น.ครับ ถ้ามาช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.ยิ่งดีครับเพราะน้ำจะเยอะ ^^ น้ำตกเเห่งนี้ก็ไม่เสียค่าเข้าชมเช่นกันครับ

➡️จุดเเวะที่9 @น้ำตกสร้อยสวรรค์ ใครชอบเล่นน้ำเเนะจำน้ำตกเเห่งนี้เพราะคนจะนิยมเล่นน้ำกันที่นี่เยอะมาก การเดินทางไปน้ำตกเเห่งนี้สามารถใช้บัตรเข้าอุทยานเเห่งชาติผาเเต้มที่ซื้อตอนเช้าเข้าได้ครับ ถ้ายังไม่มีบัตรจะเสียค่าเข้าคนละ 40 บาทเน้อ !! ทางเข้าน้ำตกจะมีร้านอาหารเรียงรายเยอะมากมายให้เลือกกิน ส่วนการเข้าชมน้ำตกต้องเดินเท้าเข้าไปอีกราวๆ 500 เมตร ถึงจะถึงตัวน้ำตก ➡️น้ำตกจะสวยถ้ามาช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.น้ำจะเยอะเหมาะกับการเล่นน้ำ “เที่ยวจะไม่สนุกถ้าไม่ได้มากับเพื่อน”

➡️จุดเเวะจุดที่10 ที่อยากเเนะนำมากมายก่ายกอง@วัดภูพร้าว หรือวัดเรืองเเสง เรืองเเสงยังไง ?? ส่องไฟหรือ ?? ไหนละสปอร์ตไลท์ ?? เอ….ก็ไม่มีนี่นา อิอิิ อยากรู้ใช่ไหมวัดนี้เรืองเเสงยังไง เฉลยกันดีกว่า วัดนี้ใช้การทาสีชนิดพิเศษทั้งตัวต้นโพธิ์หน้าอุโบสถ เเละตามพื้น เวลากลางวันก็จะเก็บเเสงไว้คล้ายๆดาวที่ติดตามเพดานห้องนอนนั่นเเหละ พอตกเย็นก็จะเรืองเเสงสวยมากๆ
…..ตอนเรามาวัดนี้สามารถดูพระอาทิตย์ตกก็ได้ หรือจะดูวิวกลางคืนสุด Unseen ก็ได้เรียกว่ามา1ได้ถึง2 วัดนี้นอกจากไม่มีค่าเข้าชมเเละยังมีน้ำไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำสะอาดมากกกกก ตกเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดินจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจับจองที่นั่งรอดูการเรื่องเเสง คลายๆนั่งรอการดูหนังกลางแปลงตามงานวัดเลย

➡️วันที่3 เช้านี้เรากินอาหารของทางโรงแรมเเล้วก็เช็คเอาท์ออกกันจากโรงแรมสายๆหน่อย จุดแวะจุดที่11 @จุดชมวิวเเม่น้ำสองสี จุดนี้อยู่ห่างจากโรงเเรมเพียง5นาที จุดชมวิวอยู่ตรงท่าน้ำหลังวัดนะครับ วิวดีม๊ากกกกก ลมโกรกผมปลิวพริ้วสไหวกันเลยทีเดียว จุดชมวิวจะเห็นเเม่น้ำสองสีได้ชัดที่สุดก็ต้องมาช่วง ต.ค.-ม.ค ครับ จะเป็นการมาบรรจบกันของแม่น้ำสองสาย จึงเกิดเป็นเเม่น้ำสองสี ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชมครับ

➡️จุดเเวะที่12 @ร้านกาเเฟ ONCE UPON A TIME “กาลครั้งหนึ่ง” เป็นร้านกาเเฟเเนวบ้านๆ มีการทอผ้า มีจุดถ่ายรูป มีการตกเเต่งเเนวเรียบง่ายเเต่ดูหรูหรา ในร้านกาแฟสามารถถ่ายรูปได้ตามสบาย ที่นี่ยังมีโฮมสเตย์ให้เช่าด้วยนะ

➡️จุดเเวะที่ 13 @วัดคูหาสวรรค์ วัดนี้ไม่มีค่าเข้าชมครับ ถึงวัดเเล้วจะเจอฆ้องที่ใหญ่ที่สุดในอาเซี่ยนตั้งอยู่หน้าวัดเป็นจุดเช็คอินอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาด จุดไฮไลท์ของวัดนี้อยู่ด้านล่างของวัดครับ เดินลงไปจะมีถ้ำที่ภายในประดิษฐานพระธาตุขององค์พระพุทธเจ้าไว้ครับ เเละยังเป็นสถานที่บรรจุธาตุขันธ์ของ หลวงปู่คำคนิง จุลมณี ไว้ครับ

➡️จุดเเวะที่14 @วัดถ้ำเหวสินธุ์ชัย จุดนี้ไม่มีค่าเข้าชมครับ เป็นสถานที่อีกสถานที่ที่เราอยากเเนะนำเพราะเป็นวัดที่มีน้ำตกอยู่กลางวัด โดยจะมีน้ำตกไหลจากหน้าผาด้านบนผ่านลงมาบริเวณด้านหน้าพระนอนก่อนที่จะตกลงสู่หุบเหวเบื้องล่างสร้างบรรยากาศให้ร่มเย็น จะมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝนอีกทั้งยังเงียบสงบเเละร่มเย็นมาก ทางเข้าสามารถเข้าชมได้ทั้ง2ทางนะครับ คือจอดรถเเล้วเดินนิดเดียวถึงน้ำตกกลางวัดเลย กับอีก1จุดจอดรถที่ลานจอดเเล้วเดินศึกษาธรรมชาติกับระยะทาง300เมตรก็จะเจอน้ำตกกลางวัดครับ

➡️จุดเเวะที่15 @เขื่อนสิรินธร ถ่ายรูปชิคๆ บรรยากาศชิลกันบนสันเขื่อน เพื่อนสมาชิกร้อนเเต่ก็สู้เพื่อให้ได้ภาพสวยๆเเบบนี้ การเข้าชมสันเขื่อนไม่มีค่าเข้านะครับ

➡️จุดเเวะที่ 16 @วัดพระธาตุหนองบัว เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นอีกวัดที่สวยงามมาก มา จ.อุบล ต้องห้ามพลาดวัดนี้นะ

➡️จุดเเวะที่17 @วัดพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง หรือวัดป่าใหญ่ วัดนี้ถือเป็นวัดประจำจังหวัดอุบลราชธานี ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่าวัดป่าใหญ่ เก่าแก่และอยู่คู่เมืองมาอย่างยาวนาน ประดิษฐาน “พระเจ้าใหญ่อินแปลง” มีจุดให้เช็คอินเก๋ๆมากมายภายในวัดด้วยนะ หลังจากวัดนี้เราไปเเวะซื้อของฝากกันที่ อ.วาริน เเละแวะกินอาหารค่ำกันที่ตลาดโต้รุ่งก่อนขึ้นรถไฟปู๊นๆกลับกรุงเทพกัน

➡️งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา เราจบทริปกันด้วยการเดินทางกลับกรุงเทพกันโดยขบวนรถไฟ รถด่วนพิเศษอีสานวัฒนา ขบวนที่ 24 อุบลราชธานี-กรุงเทพ ขากลับเราได้สำรองที่นั่งไว้ล่วงหน้า 60 วัน จึงได้ที่นั่งติดกันเลข 1-30 อยู่รวมกันภายในตู้เดียวกัน เหมือนขามาเป๊ะ !! รถไฟออกจากสถานีอุบลราชธานีในเวลา 19.00 น.ตามเวลา ราวๆ 21.00น.พนักงานก็เริ่มปรับที่นั่งเป็นเตียงนอน รถไฟชุด CNR วิ่งนิ่มมากครับหลับสบายมาก …. เวลา 04.30 น.พนักงานก็เริ่มปลุกผู้โดยสารเพื่อเก็บเตียง ปรับเป็นที่นั่ง รถไฟถึงสถานีกรุงเทพตามเวลาเเปะ ในเวลา 05.15 น.รถไฟไทยตรงเวลาเเล้วนะ เราก็เเยกย้ายกันกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ….

……..ขอบคุณที่อ่านจนจบ หวังว่ารีวิวไก่เขี่ยจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับนักเดินทาง เเล้วพบกันใหม่ในทริปหน้าครับ พบกับเราได้กับเพจเเบกเป๋า-เที่ยว กลุ่มคนที่รวมตัวกันเที่ยวหารเฉลี่ยกันเเบบพี่ๆน้องเเบบเข้าถึงในสโลเเกน “เที่ยวครบใช้งบน้อย”……ขอบคุณครับ ^^

ขอบคุณ เพจ เเบกเป๋า-เที่ยว

Facebook Comments

Shares
  • 1.7K
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1.7K
    Shares