Shares
  • 17
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    17
    Shares

การเดินทาง มักมีเรื่องเวลามาจำกัดอยู่เสมอ เพราะงั้น ถ้าวันลามันไม่มาก ก็ไปมัน เสาร์ – อาทิตย์นี้หละ ทริปใกล้ๆ อย่าง จังหวัดสุพรรณบุรี จึงเป็นปลายทางของเรา แล้วจังหวัดสุพรรณบุรี มีอะไรล่ะ ? ไม่เชื่อใช่มะ ว่า ป่าสนสองใบ จะอยู่ที่นี่ ลองไปสัมผัสดูครับ อุทยานแห่งชาติพุเตย

แต่!!!! เราเลิกงาน 4 โมงเย็น จะไปกันยังไง หละ นั้นนะสิ
เราก็หาศึกษา หาข้อมูลมาว่า มันมีรถไป สุพรรณ ตั้งหลายที่
แต่ที่ใกล้ที่สุดคือ สายสุพรรณ(องค์พระ) เป็นรถตู้  กรุงเทพ – หนองปรือ – ม่วงเฒ่า
ส่วนเบอร์การจองรถ 082-885-2424 เราดักขึ้นที่หน้า Big-c บางใหญ่ครับ
ส่วนราคานั้นคนละ 160 บาทมั้ง เราจำไม่ได้ ต้องขออภัยด้วยนะครับ ลองโทรไปถามก่อนนะครับ

ตอนนี้เรามาถึงสุดสายที่ รถตู้จอด ก็คือบ้านม่วงเฒ่าครับ
แต่ปัญหาต่อมา เรามาถึงประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพ ประมาณ 3 ชั่วโมงได้ครับ
พอมาถึง ทุกอย่างมืดหมดแล้ว รถต่อก็คงจะไม่มี
พุเตย
แต่ก็ยังดี มีร้านก๋วยเตี๋ยว และ 7-11 ให้เราได้กินไม่อดตายคืนนี้ ครับ
พุเตย
แต่ปัญหาต่อไป คืนนี้เราจะนอนกันยังไงหละ ก็ถามพี่ร้านก๋วยเตี๋ยว
เค้าบอกว่า นอนเลย ตรงลานจอดรถนี้หละ กางเต็นท์นอนกันเลย  เราเออ!! เอาสิ
ผมกับพี่เลยต้องนอน กันที่นี่ แล้ว ตอนเช้าค่อยว่า กัน …
พุเตย
เช้าวันใหม่ของการเดินทางไปพุเตย
ตื่นเช้ามาเราก็วิวแบบนี้เลยครับ สวยงามมากๆๆๆๆ
พุเตย


จากนั้นก็หาของกินยามเช้าแถวนั้น ดูเหมือนจะมีตลาดเช้าครับ
เราก็ได้ ปาท่องโก๋มากิน  ก็เลยสอบถามกันเลยว่า จะไป พุเตย ยังไง มีรถไปไหมครับ
ป้าแก ก็บอกว่า โห้ยยยย!!! หนุ่มมันไม่มีรถไปหรอก
ป้าแก ก็ถามอีกว่า นอนกันที่ไหนหละ เมื่อคืน ก็บอกว่า อ่อ ผมกางเต็นท์ นอนข้างๆ 7-11
5555555555555+  ป้าแกอึ้งไปเลยครับ
ป้าแกก็ยืนยันคำเดิมว่าไม่มี รถไป   แต่ป้าก็บอกว่า ให้โบกรถไป แถมป้าแก ยังมาช่วยเราโบกรถอีกครับ
พุเตย
ก็ด้วยความเกรงใจเราจึง เดินมาโบกเองดีกว่าครับ ก็เดินมาหน่อย เจอกับป้าย ว่า อีก 33 กิโล ถึง อุทยานแห่งชาติพุเตย
ที่นี่ หละครับ คือ เป้าหมายของเรา !!!! อีก 33 กิโลเอง มันต้องมีรถผ่านบ้างหละ
พุเตย

พุเตย
เลยขอพรกับหลวงพี่ สักหน่อย ให้เราไปถึงอย่างปลอดภัยเถอะครับ
แล้วสักพักก้มีรถจอดรับเรา ฮ่าๆๆๆ ไปๆๆครับเดินกันต่อ มีหวังแล้วววว
พุเตย
ผมกับพี่ชายก็รีบขึ้นอย่างไว เลยครับ แล้วจะรออะไรฮ่าๆๆๆ
รถคนนี้เหมือนเป็นรถส่งนักเรียนยังไง ก็ไม่รู้ เด็กเต็มรถเลย
น้องเขาคงงง  พี่ คุยกะใครหง่ะ 55555
พุเตย
แต่รถพี่เขาไปไม่ถึง พุเตยครับ เค้าบอกว่าให้ลงตรงนี้ แล้วโบกต่อไปอีก หน่อย ทางตรงอย่างเดียว
เดี่ยวก็มีรถผ่าน !!!!! ยังไงผมก็ต้องขอบคุณพี่มากๆๆ เลยนะครับ

ภาระกิจต่อไป ก็โบกกันต่อครับ 
พุเตย

พุเตย
ตรงนี้รถวิ่งเยอะมากครับ แล้วเราโบกทุกคัน เค้าจอด แวะถามเราทุกคันเลยนะครับ
คนแถวนี้ใจดีกันมากๆๆ แต่เค้าก็ไป แค่ไม่กี่โล ก็เลยต้องปฏิเสธไป บอกว่าไม่เป็นไรครับ
ว่าแต่โบกรถนี้ปฏิเสธเค้าด้วยหรอ 555  แต่ก็ต้องขอบคุณมากๆๆครับ
แต่ไม่นาน ก็มีรถ ที่ไปไกล แต่ก็ยังไม่ถึงพุเตย เพราะ ไปพุเตย มันต้องเลี้ยวไปยังอุทยาน
เพราะพี่ๆ เค้าไม่ได้ไปเที่ยว แต่ผ่านทางแยก เค้าก็บอกว่าไปลงตรงนั้นก็ได้ มันก็ไกลแล้วหละ
สบายปรื๋อครับ ขอบคุณอีกครั้งที่รับเราครับ
พุเตย
แต่พี่ เค้าบอกว่าขอรับคนงานแปปนะ จริงๆแล้วเราควรเกรงใจ พี่เขานะไม่ต้องถามผมก็ได้ 5555
พุเตย

พุเตย
เส้นทางสวยๆ กับคนน้ำใจงาม มันงดงาม ลึกซึ้ง จนเป็นประสบการณ์ที่เราจะจำไปอีกนานเลยหละครับ
แล้วพี่เค้าก็จอด บอกว่า ลงตรงนี้หละ อีก 5-6 โล ก็ถึง พุเตยแล้ว
จาก 33 กิโล เหลือ 5-6 กิโล สบายแล้วหละครับ  ต้องขอบคุณพี่ๆ ที่ขับรถผ่านมาจริงๆนะครับ
พุเตย

พุเตย
พุเตย ใกล้แค่เอื้อมครับ  แต่เราก็รู้สึกหิวอีกแล้ว ก็เลยกินข้าวกันตรง แยกนี้หละครับ
มีร้านข้าวเราก็เลย แวะกินกันหน่อย  ป้าคนขายก็ยังสังสัย ว่า มายังไง แล้วจะไปไหน
ก็บอกว่า โบกรถมา จาก ม่วงเฒ่าครับ แล้วจะไปพุเตย ต่อ โบกไปเรื่อยๆนี้หละครับเดี่ยวก็ถึง
แล้วป้าแก บอกว่าจะไปส่ง เดี่ยวปิดร้านแปป บ้าาาาาาาาาาาา!!  ป้าไม่เอา
เดี่ยวเราเดินไปเอง อีก 6 กิโล เอง ขอบคุณคนแถวนี้จริงๆๆครับ เดินทางแบบนี้ รู้สึกเกรงใจยังไงก็ไม่รู้
แต่ถ้าพวกพี่รู้ หรือป้า ที่จะช่วยเหลือเรา เราต้องกราบ ขอบคุณ งามๆ อีกครั้งนะครับ
เอาแหละ อีก 6 กิโล พุเตย คือปลายทางของ เรา …

พุเตย
แต่อย่างน้อย ก็มี 2คน กับอีก 1ตัว ที่เดินเป็นเพื่อน เรานี้หละครับ
แต่ก็เดินได้สักพัก รถพี่เจ้าหน้าที่ก็ผ่านมาพอดี ถามว่าจะไปไหนกัน  บอกว่าไป พุเตยครับ
เค้าก็บอกว่าขึ้นมาเลยเดียวจะไปส่ง โอ้วววววว ขอบคุณครับ  มันง่ายจนสงสัยว่า การโบกรถครั้งนี้มันง่ายไปหรือเปล่าครับนิ
พุเตย

พุเตย

พุเตย
สวัสดี ครับ ตอนนี้เรามาถึง อุทยานแห่งชาติพุเตย อย่างเป็นสุพรรณบุรี แล้วหละครับ
แต่ปลายทางของเรายังไม่ถึง เราต้องไป ที่ base camp คือหน่วยที่ 3 ตะเพิ่นคี่ เพื่อจะขึ้นสู่ยอดเขาเทวดา อันลือชื่อ

พุเตย
จากนั้นเรามาดูแผนที่กันหน่อยครับ ว่า เราจะเดินทางได้ยังไงบ้าง
จากการสอบถาม จาก พี่ จนท. ที่นี่ เขาบอกว่า ถ้าไม่ขับรถขึ้นไป ก็ต้อง ใช้บริการของที่นี่
คือ ราคา 2000 บาท ไป-กลับ หน่วยที่ 3 ตะเพิ่นคี่ Base Camp ของเรา ซึ่งเราไม่มีรถอยู่แล้ว
คงจึงต้องพึงวิธีนี้ หละครับ แต่เรารอเพื่อนและพี่ๆ ที่ตามมาจากทางสุพรรณ ก่อน จะตามมาสบทบครับ
จะได้หาร ค่ารถกันถูกขึ้น …..
ระหว่าง รอก็ถ่ายรูปเล่น ของพื้นที่อุทยาน แค่นี้เราว่าก็สวยแล้วหละคัรบ ข้างบนจะขนาดไหน
พุเตย

พุเตย
รู้สึก สีเขียวๆ ที่เราเห็น จะเป็นต้นถั่ว สวยดีครับ
พุเตย
แล้วสีเขียวของที่นี่ เต็มพื้นที่เลยครับ
พุเตย

พุเตย
เอาหละครับ พี่ๆ เพื่อนๆ เรามาหละ เดินทางกันต่อ ไปยัง Base Camp หน่วยที่ 3 กันครับ

พุเตย

สภาพทางสำหรับใครที่จะขับรถขึ้นไป
เราว่ารถธรรมดา แบบบ้านๆ คงจะขึ้นยาก
เพราะเป็นลูกรัง และเป็นหลุมเป็นบ่อ พอสมควรครับ แล้ว ทางก็มีชันบางจุดครับ

พุเตย

พุเตย

พุเตย

พุเตย

พุเตย

พุเตย
ขับมากันได้ ชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึงยัง base camp ของเรา คือ หน่วยที่ 3 ตะเพิ่นคี่
มาถึงก็มารับเต็นท์ ตรงที่รถจอดเลยครับ เราจ่ายเงินจากด้านล่าง แล้วมารับเต็นท์ด้านบนครับ
ราคาก็อยู่ที่ 250 บาท พร้อมเครื่องนอน 3 ชุด ต่อ 1 เต็นท์ ครับ
ที่นี่ ไม่มีอาหาร การกินให้นะครับ ต้องเตรียม ขึ้นมาเอง มีเพียง ห้องน้ำ ที่ไว้บริการด้านบนครับ
พุเตย
ก็กางเต็นท์เสร็จ
กิจกรรมแรกๆ ของเรา ก็คือการ จุดเตานี้หละครับ มาถึงก็ กินกันก่อนเลย อย่างอื่นค่อยว่ากัน

พุเตย

พุเตย

พุเตย
ก็เป่า ไฟ กันน่ามืดสักพัก พี่ผมก็นึกได้ว่า เอาพัดลมใส่ถ่านมานิหว่า 55555
พุเตย
แหม่ะ 5555  เอาหละครับ ไฟติดหละ
พุเตย

พุเตย
ก็กินกันก่อนแล้วกัน กิจกรรมอย่างอื่นค่อยว่ากัน …

เอาหละครับ กินอิ่มแล้ว ร่างกายมันก็มีแรง
ขอให้แรงด้วยการเดิน สำรวจ ป่า หน่อยครับ เค้าบอกว่า มีน้ำตก อยู่ใกล้ๆ ด้วยแหละ

พุเตย

พุเตย
ก็เดินกันอยู่เพลินๆ ทำไมรู้สึกว่า ไอ้ที่เค้าบอกว่าใกล้ๆ ทำไม มันไกลจัง เดินไปเดินมา หลงเฉยเลยครับ
พุเตย

พุเตย
เราว่าทางมันเริ่มไกล มันเริ่มไม่ใช่ เราจึงย้อน กับไป ทางเดิม สรุปว่าทางเข้ามันอยู่ตรงนี้ ครับ
พอดีป้ายมันล้ม 55555
พุเตย
เอาหละครับ เราจะไป เล่นน้ำตกกันหน่อย เดินทางมาไกล เหนื่อยๆ ขอเล่นให้ชื่นใจ หน่อยเถอะ
เดินมาสักพัก ก็ เอิ่มมมมมมมมมมมมมมมมมม น้ำตก   อึ้งไปเลยครับ
พุเตย

พุเตย
พุเตย

พุเตย

พุเตย

ก็ยังดีที่มี หมาป่า เป็นเพื่อน แต่เราว่า เรากับไปกินแบบเดิมดีกว่าครับ
หน้านี้มันไม่ใช่ ฤดู ของน้ำตก น้ำมันจึงน้อย หน่อยครับ เสียดาย ….

มานอนป่านอน เขาทั้งที หาไรกินก็ยากเหลือเกิน ครับ
ไม่รู้จะกินอะไรดี 5555
พุเตย

พุเตย

ไก่ย่างไหม ?

พุเตย
หรือจะเบคอน ดี ?

หรือจะไส้กรอก เห้ออออ หากินยาก ครับ 55555
พุเตย
มันก็คงจะไม่แปลก ถ้าเราจะแบกของกินขึ้นมา แต่ก็ต้องรักษา ธรรมชาติ ด้วยนะครับ
เพราะมันจะได้สวยๆ แบบนี้ตลอดไปครับ  ที่นี่ หละ หน่วยที่ 3 ตะเพิ่นคี่ อุทยานแห่งชาติพุเตย
พุเตย

พุเตย
แต่ก็มีฝนมาทักทาย เราบ้าง แต่สวยไปอีกแบบครับ
พุเตย
พอกินเสร็จ เราก็ตั้งใจ ที่จะถ่ายดาว กันครับ ตั้งขา ตั้งกล้องกันเลยครับ หวังว่า จะมีดาวให้เราถ่ายบ้าง
พุเตย
รอกันแล้วรอกันอีก
พุเตย
นั่งก็แล้ว
พุเตย
ยืนก็แล้ว
พุเตย
นอนก็แล้ว  แต่ดาวก็ยังไม่มา ให้เราเห็น สงสัยจะอด แล้วหละ สำหรับการดูดาวในคำคืนนี้ครับ
พุเตย
เราว่าเราพักผ่อนกันดีกว่าครับ แล้วพรุ่งนี้ ต้องไปขึ้นเขาเทวดา อันลือชื่อ กันตั้งแต่ ไก่ยังไม่โห่
ตี4 ตี5 เลยมั้งครับ ….  เอาหละนอนกันฟ่าครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากัน

พุเตย

เช้าวันใหม่ ….
พุเตย
เวลาประมาณ ตี 4 กว่าๆ เราไปขึ้นเขาเทวดากันเถอะครับ
ส่วนราคา 2000 บาท ที่ค่ารถที่เราจ่ายมา คือ รวม packet คือไปส่งที่หน้าทางขึ้นเขาเทวดาด้วยครับ
แต่ก็ต้องไป หาพี่เจ้าหน้าที่แต่เช้า ด้วยนะครับ !! ไปครับ เดินทางกันครับ
พุเตย
ทางค่อนข้างมืดครับ มองแทบไม่เห็นทางครับ เตรียมไฟฉายมาด้วยนะครับ มืดจริงๆ
จากตรงนี้ เราต้องเดินทาง ขึ้นเขาเทวดา ประมาณ 1,123 เมตร ไม่ไกลมาก ทางทางขึ้นก็ชันพอสมควรครับ
พุเตย

พุเตย

พุเตย

พุเตย

พุเตย
แต่ตลอดทางจะมีจุดให้พักด้วยนะครับ แล้ววิวแบบสวยมากๆๆครับ

พุเตย

ก็เดินมา สักพัก เกือบๆ ชั่วโมง เราก็ได้ ยินเสียงระฆัง แสดงว่าเราจะใกล้ถึงยอดแล้วครับ
เพราะคนกลุ่มแรก ที่ขึ้นก่อนเราไป เค้าน่าจะถึงกันหละ
พุเตย

พุเตย
ด้านบนมีเจดีย์ ด้วยครับ สวยงามใช้ได้เลยครับ ไหนขึ้นมาแล้ว ขอตีระฆังหน่อยเถอะ
พุเตย
แถมที่นี่ยังมี พระพุทธรัตนมุนีศรีเทวา ว่าแต่ ใครมาสร้าง องค์พระไว้แถวนี้นิ เก่งจริงๆ
ยอมใจคนสร้างเลยครับ มาถึงแล้ว เราก็ขอกราบไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพร กันสักหน่อยครับ
พุเตย
ในที่สุดเราก็มาถึงกันสักทีครับ กับ ยอดเขาเทวดา สูงที่สุดในดินแดนสุพรรณบุรีพุเตย

พุเตย
แต่ก็แบบสงสัยไม่ได้ เองขึ้นมายังไง หว่ะ เราขึ้นมา เหนื่อย แทบแย่ 5555
พุเตย

พุเตย
เรียกข้าว่า จอนนี่ หมาเทวดา ** เห็นเขาเรียกกันอย่างนั้นครับ น่ารักดีครับ แห่ะๆ
พุเตย

พุเตย
ในส่วนของวิวที่นี่  ลมเย็น และแรงมากๆๆ แถมยังไม่ค่อยเห็นวิว อะไรมากนัก เพราะ ว่าหมอกลงหนามากๆๆครับ

พุเตย
พุเตย

พุเตย

พุเตย

พุเตย
มาถึงที่นี่จะไม่ดูหมอก ก็ยังไงยังไงอยู่
แต่ว่ามันจะเยอะไหม คือมันขาวไปหมดเลยครับ .. เย็นจริงๆ สมกับเป็นยอดเขาเทวดา จริงๆ
พุเตย
มันก็แปลกนะพอเราอยู่ข้างล่าง ก็อยากเห็นหมอก ที่บนเขา
พอเราอยู่ที่บนเขา ก็อยากเห็นวิว ข้างล่าง แปลกคนจริง 555
พุเตย
พุเตย

1,123 ก็นี้หละครับคือระดับความสูงที่เทือกเขา เทวดา สูงที่สุดในดินแดนสุพรรณ
เรามา พิชิตแล้วนะ แล้วคนอื่นหละ เคยมายัง ต้องลองมาสัมผัส กับ ธรรมชาติ
ที่ไม่ไกลจาก กรุงเทพ มาดูอย่างที่เราเห็นมาเห็นอย่างที่เราได้สัมผัส
ที่นี่ พุเตย ยอดเขาเทวดา จังหวัดสุพรรณบุรี บ้านเองนี้หละ 

เราว่าเราลงข้างล่างกลับบ้านกันดีกว่าครับ
ขึ้นก็ว่ายากแล้ว ลงนี้สิ ลาก กันไปเลยครับ
พุเตย
แต่วิวตอนเช้าที่เราได้เห็น รู้เลยครับ ว่าที่เราขึ้นมามันสูง และ สวยแค่ไหน
พุเตย

พุเตย

พุเตย

พุเตย
พอถึงข้างล่าง ยังสังสัยว่า นี้ ขึ้นไปได้ยังไง มืดๆนิ มันชันขนาดนี้เลยหรอ 5555
แต่ก็เป็นประสบการณ์ ที่ดีมากๆ เลยครับ กับ ยอดเขาเทวดา
พุเตย
พุเตย
กลับบ้านกันเถอะครับ เราก็ติดรถของพี่มารถที่ สถานีรถไฟ แล้วต่อรถกลับบ้านกัน
จริงๆ นะเราว่านะ ไม่ว่าจะเดินทางกี่วัน ใกล้หรือไกล มันไม่สำคัญ เท่ากับความรู้สึก ที่จะได้รับหรอกครับ
ก็ที่นี่ หละครับ ที่เราเลือก ให้เป็นทริป วันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ กับการเดินทางมา พุเตย
ความรู้สึกที่ได้รับ แจ๋วจริงๆ ครับ ไว้ครั้งหน้าเราจะมาเล่าให้ฟังใหม่
ทริปนี้ ค่าใช้จ่ายเรา ไม่ถึง 1 พันบาทครับ ค่าอาหาร หารกันครับ

ขอบคุณที่อ่านกันจนจบนะครับ หาดข้อมูลผิดพลาดต้องกราบขออภัยด้วยนะครับ

ขอบคุณ ไม่กี่บาท


Shares
  • 17
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    17
    Shares