Shares
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares

มาถึงวันหยุดสุดหรรษา สักที อยากจะไปนอนชิลล์ๆ ที่ทะเลกันสักหน่อย !!!
เปิดเงินดูในกระเป๋า โถ้วเอ้ย มี500 ทำไงดี เปิดแผนที่ดู คือ ฉันจะไปทะเลฮ่าๆ คือหัวข้อครับ
ไปเจอ หม่องเล็กๆ จุดเล็กๆ ในแผนที่ เห้ยลืมคิดไปได้ไงว่า จังหวัดนี้ก็ติดทะเลนี้หว่า
บ้านขุนสมุทรจีน จังหวัดสมุทรปราการ คือจุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้ครับ
** แต่ทะเลที่นี่มันไม่มีชายหาดขาวๆ หรือ สาวๆใส่บิกินี่นะ จังหวัดนี้ติดทะเลก็จริง
แต่เค้าเป็นชายฝั่งทะเล แต่มันก็คงจะได้ฟิลเหมือนกันนั้นหละ เพราะงบมันมีแค่นี้
ผมนี้สั่นเลย เมื่อโทรไปถามว่า พี่ครับมีที่พัก ไหมครับ เค้าบอกโอ้ยย น้องเต็มหมดหละ เสาร์ – อาทิตย์
น้องมีเต็นท์ไหมหละ!! เอามากางได้นะ พี่คิด 400 บาท มีอาหารทะเลให้ 3 มื้อ แบบจัดเต็ม
ผมนี้ ตอบตกลงให้ไวเลยครับ  พูดซะยาว เดินทางกันเลยดีกว่าครับ
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ก็แบกเต็นท์ ขึ้นรถเมล์กันเลยครับ ฮ่าๆ
เราเดินทางจากวงเวียนใหญ่ ขึ้นรถเมล์ สาย 82 นั่งไปลง สุดสายที่ ตลาดพระประแดง
แบกเต็นท์ ขึ้นรถเมล์กัน แบบนี้หละครับ ฮ่าๆ
ลุงกระเป๋าถามว่า ไอ้หนุ่มจะไปเข้าป่าที่ไหนเนี่ย !!

บ้านขุนสมุทรจีน

มาลงกันที่ตลาดพระประแดงครับ

บ้านขุนสมุทรจีน
จากนั้น เราก็นั่งรถสองแถว
ต้องขออภัยด้วยครับ เราไม่ได้ถ่าย ว่าขึ้นตรงไหนมา
เพราะลงรถปุ๊บ ขึ้นมาปั๊บ เลย เป็นรถสองแถวสีฟ้าๆ ที่เขียนว่า พระประแดง – พระสมุทรเจดีย์ (มาสุดสายครับ)
นั่งไปประมาณ ครึ่งชั่วโมง 8 บาทครับ

จากนั้น ต่อด้วยรถ สองแถวที่ พระสมุทรเจดีย์
ข้างรถจะเขียนว่า เจดีย์ – อ.สาขลา 8 บาท ตลอดสายครับ บอกเค้าว่า ไป ขุนสมุทรจีน
เดี่ยวเค้าจะให้เรา ลงที่ ท่าเรือป้าลี่ เพื่อต่อเรือครับ
** จริงๆ นั่งรถเมล์สายอะไรก็ได้ ที่มาถึงพระสมุทรเจดีย์เลย น่าจะเป็น สาย 20 ใช่ไหม ถ้าผมจำไม่ผิด
แต่ประเด็นคือผมแบกเต็นท์ มาไง ของมันเยอะ ส่วนมาก สาย 20 เป็นรถเล็ก กับ รถแอร์ มันจะขึ้นลำบาก
บ้านขุนสมุทรจีน
ท่าเรือ ป้าลี่  
ก็นั่งรถจาก พระสมุทรเจดีย์ มาครึ่งชั่วโมงได้
พี่เค้าก็บอกว่าให้ลงตรงนี้หละ แล้วต่อเรือไป

บ้านขุนสมุทรจีน
จากท่าเรือ เราก็ไปยืนรอแปปนึง ก็มีเรือมาถามเลยครับ ไปไหน บ้านขุนสมุทรจีน ไหม
เรือเป็นเรือ เหมาครับ !!!ไปยืนรอตรงท่าเรือ แล้วเค้าจะมารับเลยครับ
ราคาเหมา คือ 100 บาท คนที่สอง เพิ่ม 10 บาท แต่ถ้ามาคนเดียว ให้ยืนรอคนแปปนึงก็ไปหารกัน
เดี๋ยวก็มีคนเข้าไปครับ เรายืนรอแปป มีชาวบ้านเข้าพอดี ราคาเรือ เลย 60 บาท ครับ
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
บรรยากาศ ดีครับ นั่งชมวิวไปเรื่อยๆ
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ก็นั่งชมวิว ดู บ้านนู้นนี้นั่น มาได้ สักครึ่งชั่วโมง
เราก็มาถึง ท่าเรือบ้านขุนสมุทรจีนครับ
บ้านขุนสมุทรจีน
เดินแบกเต็นท์ ไปสุดทางเลยครับ
ตลอดทาง จะมีบ้านพัก หรือ โฮมสเตย์
เลือกได้ตามชอบใจเลยครับ หรือจะเข้าไปที่ส่วนกลางของศูนย์ท่องเที่ยว บ้านขุนสมุทรจีน
เดี่ยวพี่เค้าจะหาให้ แต่วันนี้เราแบกเต็นท์มาครับ เราจะไป นอนนา 555
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
เดินไปสุดทางได้เลยครับ
ที่พักที่เราคุยไว้ ก็คือ วังใหญ่ โฮมสเตย์
แต่เราวางแผนกะทันหัน เลยทำให้ที่พักที่นี่ เต็ม !!
แต่พี่หนูนา บอกว่า มากางเต็นท์ได้นะ 400 บาท พร้อมอาหาร 3 มื้อ แบบจัดเต็ม
ปล. แต่ถ้าเป็นบ้านพัก เค้าไม่ได้ คิดเป็นหลังครับ
พี่เค้าคิดเป็นหัวละ 500 บาท พร้อมอาหาร 3 มื้อครับ
หลังเล็ก หลังใหญ่ หรือจะมากางเต็นท์ก็แล้วแต่
แต่บอกก่อนเลยต้องโทรมาจองล่วงหน้าเลยนะ
เต็มไวมากๆ : 080-451-3074 พี่หนูนา
บ้านขุนสมุทรจีน
เหมือนโดนไล่ออกจากบ้าน อะ 555 เราต้องมากางเต็นท์ อยู่ข้างๆ ครัว
แต่คนที่เขามาพักที่ โฮมสเตย์ เค้ารู้สึก อิจฉา วิว เรานะ 555 แลกกันไหมหละครับพี่ 555
บ้านขุนสมุทรจีน
ก็กางเต็นท์เสร็จ พี่หนูนา ก็เรียกกินข้าวเลยครับ อยากบอกว่า มื้อแรก จัดเต็มมากๆ ครับ
แล้ว อร่อยเด็ด ทุกจาน ทอดมันนี้เด็ด แล้วสดมาก ครับ ถ้าสดกว่านี้ ต้องไปกินในน้ำแล้วหละครับ

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ท้องอิ่ม เราก็ไป เริ่มสำรวจกันครับ ว่าที่นี่
มีมุมไหน ให้ถ่ายรูป บ้างหรือมีเรื่องราวอะไร
ที่น่าสนใจครับ แต่ทำไม รู้สึกว่าอยากมีบ้านตรงนี้จัง
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ที่นี่มี โฮมสเตย์ อยู่เยอะครับ
ทั้งของชุมชน และ ก็มีของชาวบ้านที่เปิดเอง
แต่ถ้าเป็นของชุมชนบ้านขุนสมุทรเอง
ก็ติดต่อที่ ศูนย์การท่องเที่ยว บ้านขุนสมุทรจีน
ตรงข้างๆ เสาหลักกิโล นั้นหละครับ
ราคาก็ แต่ต่างกันไป แล้วแต่ ขนาดบ้าน
ราคาก็หัวละ 500 -600 ครับ และที่สำคัญ
การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บ้านขุนสมุทรจีน
รายได้ 10% นำมาพัฒนาชุมชนครับ
แต่ที่เราพักที่วังใหญ่นี้คนละส่วนกันนะครับ
ยังไง ก็ลองมาดูมาสอบถามกันได้ครับ

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
เรามา กับจุดแรก
ที่เขาบอกว่า เป็น บ้านทำกะปิ แกะหอยนางรม
แต่เราก็มา บ่ายละ ไม่มีคนเลยครับ
พี่เค้าบอกว่า ต้องมาเช้าๆ แล้วดึกๆ เค้าก็จะหาปลากัน
ที่นี่ กุ้งเคย เยอะมากๆครับ เอาๆไปทำกะปิ สดๆ
หรือเอาไป ใส่ส้มตำ เป็นตา แซ่บแท้หละ ฮ่าๆๆ
บ้านขุนสมุทรจีน

ศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชาย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่ชุมชนบ้านขุนสุมทรจีน
มานานเป็นศูนย์กลางรวมจิตใจของคนที่หมู่บ้านนี้
และหมู่บ้านใกล้เคียงครับ แม้แต่ชาวเรือที่ล่องผ่าน
บ้านขุนสมุทรจีน ก็ต้องมากราบไหว้ขอพรครับ

จากตำนาน กล่าวว่า มีชาวบ้านคนหนึ่งได้
ออกไปจับปลาที่กลางทะเล และได้พบกับ
ไม้แกะสลักเจ้าพ่อนี้ ติดอวนขึ้นมา แต่ตอนนั้น
ไม่ทราบว่าคืออะไร คิดว่าเป็นเศษไม้ธรรมดา
ที่ติดมาจากเรือ อับปาง จึงแกะออกแล้วโยน
ทิ้งทะเลไป แล้วย้ายเรือไปหาปลาในที่ใหม่
ห่างจากที่เดิม หลาย 10 กิโล จนเกือบถึง
ป้อมพระจุล แต่เมือลงอวนใหม่ ก็กลับ
พบไม้แกะสลัก ชิ้นเดิม แม้จะโยนทิ้งไปหลายรอบ
แต่ก็ยังติด อวลขึ้นมาทุกครั้ง

สุดท้ายชาวประมง คนนั้นก็เอะใจว่า ต้องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
อะไรสักอย่างแน่ ชาวประมง จึงได้เก็บ
และไปสร้างศาลเจ้ามุงด้วยหลังคา เล็กๆ อยู่ริมฝั่ง
เพื่อให้ชาวบ้านมาสักการะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
ก่อนออกทะเล

ต่อมา ชาวบ้านขุนสมุทรจีน อยู่ดีกินดีขึ้นเรื่อยๆ
จนร่ำลือไปถึงบ้านเมืองอื่น จนได้มีพ่อค้า
ไม่ทราบแซ่ได้แอบเข้ามาลักขโมย องค์เจ้าพ่อ
กลับไว้ที่บ้านของตน ต่อมาไม่นานเกิดไฟไหม้
ครั้งใหญ่ บ้านเรือนวอดวายไปเกือบทุกหลัง
แต่เกิดปาฏิหาริย์บ้านที่เก็บองค์เจ้าพ่อไว้
กลับไม่ไหม้ เหลือเพียงหลังเดียวที่รอด
เมื่อนำองค์เจ้าพ่อออกจากบ้าน บ้านที่ว่า
กลับไฟกลับลามมาติดบ้านหลังนั้นไหม้เฉย
แต่สะพาน ที่นำองค์เจ้าพ่อไว้กลับไม่ไหม้

เมื่อชาวบ้านขุนสมุทรจีนรู้ข่าว จึงรวมตัวกัน
ไปอัญเชิญเจ้าพ่อกลับมาประดิษฐานที่
ศาลเจ้าริมทะเลหลังเดิม

แต่ก็กว่าจะมาถึงตรงศาลปัจจุบันตรงนี้แหละครับ
ศาลเจ้าพ่อ ย้ายมา ถึง 6 ครั้ง
เพราะน้ำทะเล ที่กัดเซาะเข้ามาเรื่อยๆ
บ้านขุนสมุทรจีน

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน

เรื่องเล่า กว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์
#เหตุการณ์มหาวิบัติวาตภัย
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2540
เป็นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านขุนสมุทรจีนยังจำฝังใจ

จากรายการงานของกรมอุตุ พายุโซนร้อน “ลินดา”
ที่ก่อขึ้นในทะเลจีนใต้ มีทิศทางพัดผ่านเข้าอ่าวไทย
และได้มีความรุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่น
แม้ว่า ศูนย์กลางของพายุ จะไม่ได้ อยู่ที่นี่
แต่ก็มีผลให้ชายฝั่งแถบบ้านขุนสมุทรจีน
ได้พังเพราะแรงพายุ เกือบทั้งหมด สิ่งก่อสร้าง
ถนน วัด บ้าน ถูกดินเลนที่พายุพัดขึ้นมา
จากชายฝั่งกลบทับหมด เพียงแค่ข้ามคืน
พายุลินดา เอาดินริมชายฝั่งยุบลงไป 2-3 เมตร

แต่ก็นั้นหละครับ การที่ดินยุบตัวลงไป
แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบหลักฐานสำคัญ
ทางประวัติศาสตร์ได้ขุดพบเครื่องชามไห
เหรียญตรา ไทย – จีน จำนวนมาก
เครื่องใช้ เครื่องประดับ มาหมด รวมถึง
พบโครงกระดูกจากชุมชนเก่านี้อีกด้วย
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ผ่านไปเรื่อยๆ วัตถุโบราณ กลับพบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยความไม่รู้ถึงคุณค่า ขาดทักษะในการขุดค้น ทำไปแบบชาวบ้านไม่ทราบการดูแล ผู้ใหญ่บ้าน นางสมร เข่งสมุทร จึงได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ ว่าต้องรวบรวมเก็บไว้ที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพราะ เพื่อเป็นแหล่งเก็บรักษาความรู้ จึงได้ทำหนังสือ ถึงหน่วยงานราชการในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อของบประมาณ เพื่อสำรวจพื่นที่ รวบรวมวัตถุโบราณทั้งหมด และ ก่อตั้งพิธิภัณฑ์ท้องถิ่นขึ้นในชุมชน  แต่ก็ไร้การเหลียวแลจากส่วนอนุรักษ์วัฒนธรรมของจังหวัด
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
จนกระทั่งรัฐบาลมีนโยบายกระจายงบประมาณเข้าสู่ทุกหมู่บ้าน โดยตรง ในโครงการพัฒนาศักยภาพ หมู่บ้านชมชน หรือ SML ชาวบ้านจึงรวมตัวอีกครั้ง โดยมีผู้ใหญ่บ้านสมร เป็นตัวแทน เพื่อของบประมาณ จนได้งบในที่สุด ที่เพียงพอที่จะสร้างบ้านหลังเล็ก ไว้เพื่อที่สำหรับเก็บรวมรวบ โบราณวัตถุ จึงกลายเป็นที่แห่งนี้หละครับ
บ้านขุนสมุทรจีน
เครื่องถ้วยชาม วัตถุโบราณที่ค้นพบ
บ้านขุนสมุทรจีน
และเราก็ได้เจอกับ ป้า สมร เข่งสมุทร ที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เราฟังครับ
ป้าบอกว่า ถ้าเราอยากอยู่บ้านเราก็ต้องรักษาบ้าน
ไม่มีที่ใดสุข เท่าบ้านเกิด ..
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
พอได้ฟังเรื่องราวที่ป้าพูดว่า อีกไม่กี่ 10 ปี
บ้านขุนสมุทรจีนอาจจะไม่มีอยู่ในแผนที่ประเทศไทย
เพราะน้ำทะเล ที่กัดเซาะ ขึ้นเรื่อยๆ
และไม่ค่อยมีใครมองเห็นความสำคัญ
ป้าเล่าว่า จริงๆแล้ว เมื่อก่อน หมู่บ้านอยู่นู้น
ลงไปอีก 10 กว่าโล อะ เราต้องย้ายขึ้นมาเรื่อยๆ
จนมาอยู่ตรงนี้ และถ้าเรายังไม่ตระหนักถึง ว่า
กรุงเทพ อยู่ห่างทะเล แค่ 20 กิโล
ไม่นาน กรุงเทพ อาจจะเป็นเกาะที่ลอยทะเลก็ได้

ฉันจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อแผ่นดินเกิด
..
ไม่มีท้อ ..ไม่มีถอย” 

คำพูดป้า สมร เข่งสมุทร (ผู้ใหญ่บ้าน)
บ้านขุนสมุทรจีน
1 จุดแลนด์มาร์ค ที่สำคัญ
ก็คือ หลักกิโล นี้หละครับ ใครๆก็มาถ่ายรูป
แต่ใครจะรู้ไหม ว่า กรุงเทพ ห่างอ่าวไทย 20 กิโล
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
บรรยากาศ ทุ่งนา
ของบ้านขุนสมุทรจีนครับ
ชอบบรรยากาศแบนี้จังครับ เหมือนได้ อากาศ บริสุทธิ์ กลับมา 555

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
มาคนเดียวก็ขอหามุมเท่ห์ๆ เฟี้ยวๆ ถ่ายรูปหน่อยเหอะ แต่ก็กว่าจะได้รูปเล่นเอาเหนื่อย ฮ่าๆ
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
เราก็เดิน ลัดเลาะ มาถึงวัดขุนสมุทราวาส
หรือ วัดขุนสมุทรจีน นี้หละครับ
เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลครับ
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
โอ้ยฝุ่นกล้อง จะเยอะไปไหนเนี่ย ลบไม่ไหว 555
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ยังมีล่องรอย ของ เหตุการณ์ น้ำท่วมครั้งใหญ่อยู่เลยครับ
บ้านขุนสมุทรจีน
และภาพนี้ หละครับ
ที่ทำให้วัดนี้รู้จักไปในระดับโลก
เพราะเป็นสถานที่ตัวอย่าง ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมาก
ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก น้ำทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันวัดห่างชายฝั่ง เกิน 1 กิโลแล้ว
ภาพตอนที่พายุลินดา ซัดเข้าฝั่ง
บ้านขุนสมุทรจีน
บ้านขุนสมุทรจีน
เมื่อไม่มีหน่วยงานราชการใดหรือแม้แต่ตัวจังหวัดสมุทรปราการเองเข้ามาช่วยเหลือ ชาวบ้านจึงต้องดูแลรักษาพื้นแผ่นดิน
ของหมู่บ้านและวัดขุนสมุทราวาสกันด้วยน้ำพักน้ำแรงอย่างสุดความสามารถ ตามกำลังที่มี

ชาวบ้านที่แต่เดิมมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองจึงต้องเปลี่ยนอาชีพจากประมง เกษตรมาเป็นรับจ้างเพราะไม่มีพื้นดินไว้ทำวังเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ต้องย้ายบ้านย้ายครัว 5 ปี 7 ปี ย้ายกันที จึงไม่มีเงินเหลือเก็บกัน เพราะต้องสร้างบ้านเป็นระยะๆ

แม้ชุมชนจะเสียพื้นที่ ทำกินไป แต่ชาวบ้านจะไม่ยอมเสียพื้นที่ของวัดไม่ให้ทะเลกลืนวัดไป ชาวบ้านจึงร่วมมือร่วมใจกัน ลงกำลังแรงลงกำลังเงิน ตามความสามารถ ช่วยกันสร้างเขื่อนหินนำเสาไฟเก่าที่ไม่ใช้แล้ว มาปักสร้างเป็นแนวเขื่อนที่หน้าวัด แม้ว่าจะรักษาแผ่นดินโดยรอบไว้ไม่ได้ แต่รักษาบริเวณวัดไว้ก็ยังดี

และด้วยความที่ต้อสู้กับน้ำทะเล มายาวนาน วัดแห่งนี้ กลายเป็นที่รู้จักกันไปทั่วประเทศไทย หน่วยงานต่างๆเริ่มเข้ามาให้ความช่วยเหลือ และภาคประชาชนก็ระดมคนมาช่วยปลูกป่าชายเลน

บ้านขุนสมุทรจีน
วัดขุนสมุทรจีน
บ้านขุนสมุทรจีน
แนวเขื่อน และ แนวเสาไฟฟ้า ที่เคยเป็นพื้นดินมาก่อน
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ปัจจุบัน น้ำทะเล ก็ยังกัดเซาะเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ครับ

บ้านขุนสมุทรจีน
พระอาทิตย์เริ่มตก เรากลับบ้านพักดีกว่าครับ
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ยามเย็น ที่ วังใหญ่โฮมสเตย์

และก็ถึงเวลาอาหารเย็นของเราครับ ยังคงเป็น เรื่อง ของหอยๆ ปลาๆ อยู่ครับ
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
อยากจะว่า ดาวที่ วังใหญ่ โฮมสเตย์ สวยไม่แพ้ที่อื่นเลยครับ จบวันอย่างสวยงาม
แต่ผมนี้หละ ถ่ายดาวไม่ค่อยเป็น เลยเป็นภาพ แบบนี้นี้หละ 555

บ้านขุนสมุทรจีน
เราตื่น มาพร้อมเสียง นกนางนวล ใช่ม่ะ นกนางนวล ใช่ไหม หรือ นกกระยาง เราไม่มีความรู้เรื่องนี้ 555
แต่พอเปิดเต็นท์ ออกมา เราก็เจอภาพนี้หละครับ คือ มันแบบว่า …..
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ขอจัด ทอดมัดอีกหน่อยเถอะ อร่อย ดีครับ
แล้วอาหาร มื้อ ที่ 3 อาหาร เช้า จัดเสิร์ฟ อย่างนี้ครับ เป็นข้าวต้มทะเล
บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน

บ้านขุนสมุทรจีน
ตื่นมาทัน ด้วยหละครับ เป็นภาพที่สวยงามมากๆๆ
บ้านขุนสมุทรจีน
หากเรายังไม่ตระหนักถึงว่า กรุงเทพ
อยู่ห่างทะเลแค่นิดเดี่ยว เราอาจจะไม่ได้เห็น
สถานที่ สวยๆ ชิลล์ๆ แบบนี้ก็ได้ ครับ
ยังไง อยากให้ลองมาศึกษา เรื่องราว
ทั้งประวัติศาสตร์ และ ระบบนิเวศ ของที่นี่ดูครับ
พร้อมมาพักโฮมสเตย์ ราคา 500 – 600 บาท
อยู่ดีกินดีเลยหละครับ ที่นี่..บ้านขุนสมุทรจีน

ยังไงก็ต้องขอบคุณนะครับ ที่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ
หากข้อมูลผิดพลาด หรือ พิมพ์ผิดตกหล่นไป เราต้องกราบขออภัยด้วยครับ
ก็อย่าให้เรื่องเงินมันมาเป็นข้ออ้างของการเดินทางนะครับ
อยากเที่ยวก็ ออกมา ไม่กี่บาท หรอกครับ


Shares
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares